บล็อคนี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการบูรณะน้องสาว หรือการทำสาว หรือการรีแพร์ที่เรารู้จักกัน
 ไม่ว่าจะเป็นการรีแพร์ด้วยการผ่าตัด รีแพร์ด้วยเลเซอร์ รวมถึงการรักษาโรคฉี่เล็ดด้วยเลเซอร์ด้วยค่ะคุณขา
 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะพูดถึงเรื่องเทคโนโลยีความงาม ที่มีโอกาสโดนด่ากันได้ง่ายๆอย่าง

*** การเสริมสวยจิ๊มิ หรือการทำรีแพร์กระชับช่องคลอด ***

ทุกสิ่ง รวบรวมจากที่อิชั้นอ่าน ค้นข้อมูล
และพูดคุยกับคุณหมอ และบางสิ่งก็ถ่ายทอดประกอบความคิดเห็นของตัวอิชั้นเอง
มันอาจไม่ถูกต้องเหมาะเหม็งไปซะทุกอย่าง ต้องกราบขออภัยไว้ล่วงหน้าก่อนนะคะคุณขา
ใจนึงกลัวโดนด่า เพราะหลายคนเตือนว่า ถ้าเขียนเรื่องการรีแพร์บล็อค
แกอาจโดนตราหน้าว่า

“ทำไมผู้หญิงต้องรีแพร์ ถ้ารูจะหลวมเพราะเราต้องคลอดลูก
แล้วผู้ชายมันจะชั่ว ทิ้งไปมีผู้หญิงอื่น ก็ปล่อยมันไปสิเว้ย!!!”

หรือ

“ทำไมผู้หญิงต้องเจ็บตัว แต่งงานเข้าหอคืนแรกก็เจ็บ คลอดลูกก็เจ็บ พอย้วยต้องมาเจ็บตัวทำรีแพร์อีก
ทีผู้หญิงยังไม่เคยขอให้ผู้ชายไปรีแพร์ไข่ตึงเลยนะเว้ย”

ใจร่มๆค่ะทุกคน ที่อิชั้นอยากเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนฟัง เพราะอยากบอกว่า ปัญหาที่มาจากการน้องหลวม
มันไม่ได้กระทบเรื่องชีวิตคู่อย่างเดียว มันกระทบกับอย่างอื่นด้วย
และที่สำคัญ อิชั้นอยากบอกสาวๆทุกคนว่า
มันมีทางเลือกที่ไม่ต้องเจ็บตัวนะเดี๋ยวนี้น่ะ

แต่ทำไมคนถึงหันมาให้ความสนใจกับเรื่องจิ๋มๆ???

อย่างที่บอกไปในตอนแรกๆ
ว่านอกจากเรื่องในมุ้ง ที่ผู้ชาย (ส่วนน้อยบางคน) มักเอาเรื่องช่องคลอดหลวมมาเป็นเหตุผลประกอบการนอกใจ
ให้ดูผิดน้อยลง หรือดูเป็นความผิดของผู้หญิงไปเลยหรือยังไงก็ช่าง
อันนี้อิชั้นขอกดข้ามไปก่อนนะเธอ

แต่ที่จะพูดถึงคือ
ที่เทคโนโลยีเรื่องเสริมสวยน้องสาวมันพัฒนาไปมากขึ้นขนาดนี้
ทั้งๆที่น้องจิมน้าน เป็นอวัยวะที่เร้นลับสุดๆ แต่ก็ยังเกิดวิวัฒนาการเสริมสวยนางขึ้นมามากมาย
สาเหตที่พอจะยกตัวอย่างได้คือ

1. ค่านิยม ...
 คนไข้จากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเสริมสวยน้องสาว
 เพราะผลขอค่านิยมที่ต้องให้มีเลือดออกในคืนแต่งงานวันแรก
 การที่เลือดไม่ไหลในคืนส่งตัว เท่ากับไม่บริสุทธ์ เป็นความอับอาย อะไรประมาณนั้น
 สาวๆจากโซนนี้เลยหลั่งไหลเข้ามาในไทยเพื่อเสริมสวยน้องสาวเป็นอันดับต้นๆกันเลยทีเดียว

2. ความมั่นใจ …
หลายคนสงสัยว่า “ก็จิ๋มมันไม่ต้องไปโบกมือทักทายใคร แล้วมันจะมีผลกะความมั่นใจยังไงฟะ?”
เอ้อ.. มันกะจริงค่ะเธอ ที่จิ๋มไม่ต้องออกมาพบประชาชนเหมือนอวัยวะส่วนอื่นๆ
แต่การเสื่อมโทรมของจิ๋ม มันส่งผลให้เกิดอาการ “ฉี่เล็ด” ด้วยจ้า คิดภาพตามนะเธอ
คือแบบออกไปสังสรรค์กะเพื่อน กำลังสนุก หัวเราะอ้าปากกว้าง ฉี่เล็ดละ
ไอ จาม ก็มาอีกละ แล้วถึงจะออกมานิดหน่อย
แต่ถ้าใครเจอปัญหานี้ จะรู้ว่า ตัวจะมีกลิ่นฉี่ตลอดเวลา
อันนี้แม่อิชั้นเป็นค่ะคุณขา หนักๆเข้าก็ต้องใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เดินเหินก็ลำบากกันไปอีกงี้
ไอ้เรื่องความมั่นใจนี่หล่ะ ที่มันส่งผลมากมายมากกว่าเรื่องผู้ชายทิ้งไปเพราะถ้ำกว้าง
อย่างรายการนึงของต่างประเทศ จำไม่ได้แล้วว่ารายการอะไร
เค้าพูดถึงความไม่มั่นใจของผู้หญิงคนนึงที่นางคิดว่า จิ๋มนางย้วย ยาน ย้อย
แพลมแคมบริจ จนหดหู่ แล้วทางรายการก็พานางไปบำบัดหมู่

…. ใช่ค่ะคุณ ฟังไม่ผิด …

ไปบำบัดหมู่กับกลุ่มคนที่ไม่มั่นใจในหน้าตาของจิ๋มเหมือนกัน
ก็คือแลกกันดู พิจารณาว่า ไอ้ที่เธอเป็น
ชั้นก็เป็นนะยะ มันไม่ได้แปลก หรือประหลาดอะไร
มันเป็นธรรมชาติของจิ๋มนะยะ แต่ไอ้ที่พวกที่นางเห็นในหนัง
ไอ้ที่ขาว เนียน เลี่ยนโล่ง ผนึกแน่นสนิท
อั้นนั้นมันจิ๋มในอุดมคติเว้ย!!

พวกนี้เป็นสาเหตุที่อิชั้นเกิดสนใจเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาค่ะ
นอกเรื่องไปถึงดาวอังคารละค่ะคุณขา มาต่อเรื่องรีแพร์ด้วย “เลเซอร์” กันบ้าง
ถ้าในส่วนการผ่าตัดรีแพร์ช่องคลอด
อิชั้นจำได้ว่ามีคนใจดีถ่ายทอดประสบการณ์ในเว็บใหญ่อย่างพันทิพ มาให้แล้วคือ คุณ ** นักเล่าเรื่อง**
เจ้าของกระทู้อันโด่งดัง http://pantip.com/topic/30706198
ผู้ซึ่งทำให้อิชั้นสนุกกับสำนวนการเขียนแต่เศร้าใจลึกๆทุกครั้งที่ได้อ่านความเจ็บปวดของเจ้าของกระทู้ผ่านตัวอักษร

คนที่ 2 คือ คุณเจ้าเสือน้อย ซึ่งทั้ง 2 ท่านได้บรรยายเกี่ยวกับการผ่าตัดรีแพร์
ทั้งขั้นตอนการปรึกษาแพทย์และการผ่าตัด รวมถึงการพักฟื้นหลังผ่านการขึ้นเขียงไปอย่างละเอียดแล้ว
อิชั้นเลยขอพูดถึงเรื่องการผ่าตัดแบบคร่าวๆค่ะคุณขา

ผ่าตัดรีแพร์

เมื่อก่อน การผ่าตัดรีแพร์ ทำกันแค่ผ่าตัดตกแต่งภายนอก ให้ดูสวยงาม
ไม่ยื่นย้วย คือแต่งปากถ้ำให้สวยงามตระการตา แต่ว่าความกว้างขวางโอ่อ่าข้างใน
ยังเหมือนเดิมค่า ดูเหมือนยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่
ก็เลยพัฒนามาเป็นการผ่าตัดรีแพร์ด้านในของช่องคคลอดให้กว้างน้อยลง กระชับขึ้น
สาเหตุของความย้วยหย่อนเกิดจากการคลอดลูก ยกของหนัก ท้องผูกเรื้อรัง
คนที่เป็นโรคปอดทำให้มีการไออยู่เป็นประจำ
อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างของสาเหตุเบื้องต้น
ส่วนรูปแบบของการหย่อนมีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกันนะจ๊ะสาวๆ
ร่ายยาวได้ดังนี้

1. การหย่อนยานจากผนังช่องคลอดด้านหน้า
อันนี้จะมีกระเพาะปัสสาวะหย่อนตาม มีอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน
ในบางคนอาจก้อนจุกที่ปากช่องคลอดด้วย การฉี่ก็จะลำบากขึ้นซิเธอทีนี้

ลักษณะความผิดปกติการยื่นย้อยของพนังมดลูกด้านหน้า
ลักษณะความผิดปกติการยื่นย้อยของพนังมดลูกด้านหน้า

2. การหย่อนเป็นถุงด้านหลัง
ซึ่งจะติดกับล้ำไส้ใหญ่ พอผนังช่องคลอดหย่อนลงมา อิลำไส้ใหญ่ส่วนทวารหนักก็เลยหย่อนตัวตามมาด้วย
การผ่าตัดจะซ่อมแซมหรือเสริมความแข็งแรงของชั้นเนื้อเยื่อซึ่งอยู่ระหว่างช่องคลอดและไส้ตรง
เพื่อทำหน้าที่พยุงช่องคลอดไว้

3. สุดท้าย แบบเหมาแพ็คคู่
มีการหย่อนยานของช่องคลอดทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกันแบบคอมโบ้เซ็ตเลย

การหย่อนของกระเพาะปัสสาวะและใส้ตรง
การหย่อนของกระเพาะปัสสาวะและใส้ตรง

ถ้าใครที่มีปัญหาการหย่อนตัวของพนังช่องคลอดขนาดนี้ ต้องพึ่งการผ่าตัดรัวๆค่ะคุณขา
และเดี๋ยวนี้ก็มีการผ่าตัดทั้งด้วยการใช้มีดทั้งใช้เลเซอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้หมอขึ้นอีก
ควบคุมความลึกของแผลได้ง่าย ความยาวของแผลเหมือนการใช้มีดแต่แผลตื้นกว่า
เสียเลือดน้อยกว่าใช้มีดเพราะเส้นเลือดถูกทำลายน้อยกว่างี้
มีภาวะแทรกซ้อนน้อย ไม่บอบช้ำมากด้วย

เมื่อก่อน
ถ้าพูดถึงเรื่องการผ่าตัดรีแพร์ให้ฟิตปั๋ง
ก็จะเป็นการผ่าตัดแบบตัดเนื้อส่วนเกินออก แล้วเย็บติดเพื่อรวบเนื้อเยื่อเข้าด้วยกันอย่างเดียว

การผ่าตัดผนังช่องคลอดและเย็บให้ขนาดน้อยลง
การผ่าตัดผนังช่องคลอดและเย็บให้ขนาดน้อยลง

แต่สมัยนี้มีเทคนิคใหม่ในการผ่าตัดด้วยนะจ๊ะ คือหมอจะใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษ (mesh) ร่วมด้วย
ช่วยพยุงผนังช่องคลอดในรายที่แบบว่ามีการหย่อนย้วยมากๆ
ขั้นตอนคร่าวๆ (ในการผ่าตัดแก้ไขช่องคลอดด้านหน้าหย่อน) คือ

หมอจะกรีดแผลตรงกึ่งกลางผนังช่องคลอด จนไปถึงช่องคลอดด้านบน
จากนั้นก็เลาะช่องคลอดออกจากผังผืดที่ทำหน้าที่พยุงช่องคลอดกับกระเพาะฉี่ออกจากกัน
ถ้าหย่อนมาก ก็มีส่วนที่ถูกตัดออกไปมากหน่อย จากนั้นก็ใช้ไหมละลายเย็บแผล
ซึ่งไหมนี่จะละลายตัวใน 4-5 อาทิตย์ถัดมา

…. แล้วจะฉี่ยังไง?? …

หมอจะใส่สายสวนฉี่เพื่อให้คนไข้เป็นช่องทางขับถ่าย
จริงๆแล้วการผ่าตัดแบบนี้ หมอจะให้นอนโรงพยาบาล 2-4 วัน
แต่บางกรณีไม่ได้มีปัญหามาก
ก็ไปพักฟื้นที่บ้านได้ ใครที่นอนโรงพยาบาล หมอมักจะใส่สวยสวนฉี่ให้ด้วย กันแผลเปียก ติดเชื้อ

... หลังผ่าตัดรีแพร์ ต้องทำตัวยังไง? …

หยุดพักอยู่ที่บ้าน 2-3 วัน
ไม่ควรยกของหนัก
ไม่เดินมากเพราะอาจจะทำให้เจ็บแผล หรือ เกิดการอักเสบได้
ทำความสะอาดแผลโดยนั่งแช่ก้นในน้ำอุ่น ประมาณ 5 นาที วันละ 2 ครั้ง ในช่วง1-2 สัปดาห์
รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
พบแพทย์หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
งดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 45 วัน

… ส่วนค่าใช้จ่ายในการทำเยอะมั้ย? …

อันนี้อิชั้นไปสำรวจมาหลายที่ มันก็มีหลายราคา ช่วงประมาณ 30,000 – 50,000 บาท
แต่ถ้าใครที่ไม่ได้มีปัญหาย้วยมาก ราคาก็จะต่ำลงมาค่าเริ่มที่ 25,000 – 35,000 บาท

ตอนนี้ เทคโนโลยีมันไปไกลกว่าเดิม
เริ่มมี Laser repair เข้ามา

ไม่รู้มีใครเคยเล่าข้อมูลนี้ไปยัง รู้แต่พออิชั้นอยากรู้ อิชั้นก็ส่งอีเมลขอไปกับทางโรงพยาบาล และคุณหมอที่รู้จักกัน
แต่อิชั้นไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร พอทำเรื่องขอเข้าไปเลยน่าจะยากหน่อยค่ะเธอ คือทางโรงพยาบาลก็ไม่รู้ว่า

“อินี่คือใคร?”
เรื่องก็เงียบหายมิดจี่หรี่ พอมีหมอตอบรับมาท่านนึง อิชั้นจึงถามทุกสิ่งอย่างที่อยากรู้ แล้วเอามาถ่ายทอดค่ะ
เท่าที่รู้มา ในบ้านเรามีเลแซอร์ที่ใช้ในการกระชับน้อง อยู่ 2 ชนิดด้วยกัน
(ถ้าข้อมูลตกหล่นต้องขออภัยด้วยเด้อค่า)

คือ

** Co2 Fractional Laser
**Erbium YAG Laser

… เลเซอร์รีแพร์ช่องคลอดได้ยังไงเหรอ? …

เลเซอร์ มีพลังงานความร้อนที่ช่วยให้กล้ามเนื้อด้านในของช่องคลอดหดกระชับขึ้น
เหมือนการยกกระชับผิวหน้า ที่ใช้ความร้อนของเลเซอร์ไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน
ให้หนาแน่น ทำให้ผิวหน้าดูยกกระชับ ผิวแน่นขึ้นนั่นเองค่ะคุณขา

 

ต่างกันที่เลเซอร์บนหน้า จะส่งผ่านพลังงานผ่านหัวแบนๆ เพื่อที่จะแนบผิวหน้าได้ แต่ถ้าเป็นเลเซอร์กระชับช่องคลอด หัวที่ส่งพลังงานที่สอดเข้าไป จะเป็นลักษณะกลม
สามารถส่งพลังงานความร้อนได้ 360 องศา ซึ่งในบ้านเรา มีเลเซอร์รีแพร์ที่ใช้อยู่ 2 ชนิดด้วยกันตามที่พูดถึงไปข้างต้น

เปรียบเทียบความต่างระหว่าเลเซอร์รีแพร์ทั้ง 2 ชนิด
ว่าต่างกันยังไงบ้าง

CO2 Fractional Laser
 ยกตัวอย่างเช่นเครื่องต่อไปนี้ค่า Monalisa Touch, Evero,
 FemiLift เป็นเลเซอร์ที่มีค่าพลังงานสูง ความร้อนก็จะทำให้คอลลาเจน
 อิลาสตินหดตัว หย่อนน้อยลงค่ะคุณขา
 มาดูการทำงานของ Fractional CO2 Laser ในการกระชับผนังช่องคลอดกันค่ะเธอ

 

**ควรทำกี่ครั้ง บ่อยแค่ไหน จะเห็นผลนานไหม
ควรทำ 3-5ครั้ง/ปี เว้นระยะแต่ละครั้งประมาณ 1 เดือน ปกติคนทำก็จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของน้องสาว
ใน 4-7 วันแรกหลังทำ

**ใช้เวลาฟื้นตัวนานไหม***
 ด้วยความที่ Fractional Co2 มีความร้อนสูง เลยจะทำให้มีระยะพักฟื้น 1-3 วันแรก
 ช่วงนี้ต้องงดยกของหนัก หรือออกกำลังหนักๆไปก่อนนะเธอ
 ช่วง 2 อาทิตย์หลังทำ หมอจะให้ใส่ผ้าอนามัย งดกุ๊กกิ๊กกะแฟน
 งดอาบน้ำร้อน
Erbium YAG Laser
ยกตัวอย่างเช่น เครื่อง Julian Erbium Laser, Instima Laser
 ก็เป็นการใช้พลังงานเลเซอร์ ทำให้เนื้อเยื่อเกิดความร้อน
 ทำให้คอลาเจนเกิดการหดตัวลงในทันที
 ส่งผลให้เยื่อบุช่องคลอดหดสั้นลงและมีความหนาขึ้น
 และทำให้พื้นผิวช่องคลอดลดลง–ทําให้ช่องคลอดแคบลง
 คล้ายๆกับ Fractional co2 laser
 เพียงแต่มีค่าพลังงานที่น้อยกว่า ระยะพักฟื้นก็เลยแทบไม่มี
 เพียงแต่อาจจะระบมใน 1-2 วันแรกที่ทำ ค่ะคุณขา

ข้อดีคือไม่ต้องพักฟื้นมาก แต่ข้อเสียคือต้องทำมากครั้งกว่า Fractional Co2 Laser

ตัวอย่างหัวเลเซอร์ ชนิด Erbium YAG จากเครื่อง FOTONA Laser
ตัวอย่างหัวเลเซอร์ ชนิด Erbium YAG จากเครื่อง FOTONA Laser

เลเซอร์รักษาโรคฉี่เล็ดได้ยังไง?

ต่อเนื่องมาจากความร้อนมันทำให้คอลลาเจน อิลาสตินที่ผนังช่องคลชอดมากขึ้น ผนังแข็งแรงขึ้น
กระชับมากขึ้น ก็เลยส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะที่อยู่ติดกันมีความแข็งแรงมากขึ้นไปด้วยค่า
ถือว่าเป็นผลพลอยได้ร่วมกันแบบทำในครั้งเดียวเลยทีนี้

ลักษณะของการหดตัวของช่องคลอด
ลักษณะของการหดตัวของช่องคลอด

ถ้าถามว่าเลเซอร์อันไหนดีกว่ากัน ??

มันก็ตอบแบบฟันธงไม่ได้นะเธอ
มันขึ้นอยู่กับเจ้าตัวว่าอยากได้การรักษาแบบไหนเนาะ
บางคนรู้สึกว่า ถึงจะพักฟื้นนานกว่า แต่ทำน้อยกว่า มันเต็มที่กะชีวิตกว่า
แต่บางคนอาจคิดว่า ช้าๆได้พร้าเล่มงามนะยะ ทำหลายครั้งกว่าหน่อย แต่ไม่เจ็บ ไม่พักฟื้นมาก จะชิวกว่าอักโข
อันนี้มันอยู่ที่สไตล์ของแต่ละคนอีกนั่นแหละ

ขอบคุณข้อมูลในส่วนของเลเซอร์ รีแพร์จาก *แพทย์หญิงอณัฏฐ์ชา อัศดามงคล
ที่กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเลเซอร์รีแพร์นี้ค่ะคุณขา

ตอนนี้
นอกจากเลเซอร์จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อช่องคลอดได้แล้ว แพทย์หลายท่านยังใช้ตกแต่งหน้าตา
สีสันของน้องสาวได้อีกด้วยนะเออ
ก็ล้ำไปอี้ก

การตกแต่งสีด้านนอกด้วยเลเซอร์
การตกแต่งสีด้านนอกด้วยเลเซอร์

แว่วๆว่าตอนนี้ มีเทคโนโลยีตัวใหม่ เป็นการกระชับกล้ามเนื้อช่องคลอด
ด้วยคลื่นวิทยุ หรือ Radio Frequency ด้วย
อันนี้อิชั้นขอไปเก็บข้อมูลก่อน แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกที
(ถ้ากระทู้นี้ไม่โดนด่าซะก่อนนะจ๊ะ)
มาดามเม้าท์หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์บ้าง
เพราะอย่างน้อย ถ้าใครที่มีปัญหาปัสสาวะเล็ด แต่ไม่ได้มีปัญหามากขนาดที่ผนังช่องคลอดไหลไปกองที่ปากช่องคลอด
เลเซอร์ยังเป็นทางเลือกที่เจ็บตัวน้อยกว่า แต่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจเหมือนกันนะเธอ

ส่วนตอนนี้ อิชั้นลาไปก่อนเด้อจ้า