Cetaphil เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มาดามเม้าท์รู้จักครั้งแรกจากคุณหมอผิวหนังก่อนผันตัวมาเขียนบล็อคความงาม แล้วด้วยความที่ทำงานด้านความงามมาก่อน เลยมักเห็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ในโรงพยาบาล และคลินิกความงามทั้งหลาย จนเมื่อปี 2558 อิชั้นเป็นสิวอุดตันครั้งใหญ่ครั้งที่สองในชีวิต เลยเริ่มใช้แบรนด์นี้แล้วก็กลายเป็นบิ๊กแฟนตลอดมา วันนี้ได้มาร่วม  Cetaphil Experience Workshop ที่  Karma Kandara Resort  ที่ประเทศบาหลี อินโดนีเซียจากคำเชิญของทางแบรนด์ เลยมาแชร์ให้ฟังกันว่าได้ความรู้อะไรมาบ้างค่ะคุณขา ใครที่มีปัญหาโลกแตกอย่าง

“ผิวมันต้องบำรุงมั้ย
ผิวแห้งต้องบำรุงแค่ไหน
ครีมกันแดดต้องเลือก SPF\PA เท่าไหร่”

และอีกมากมายหมาศาลงานผิวที่ไม่เคยรู้ ตามเข้ามาดูกันได้เลยค่า

Cetaphil Experience Workshop

12 สิงหาคม 2559

ออกจากบ้านตอนตี 2 ด้วยสภาพที่แบบว่าพังมากแกเอ้ย คือไม่ได้นอน เสื้อผ้าเพิ่งซักแล้วตากรอรีด เสร็จปุ๊บอาบน้ำแพ็คกระเป๋าเลย เรื่องนอนพักไม่ต้องถามถึงจ๊ะ อย่าได้หวังนะคะเธอ ออกจากบ้านด้วยความเร่งรีบมาเช็คอินที่สนามบินดอนเมือง โหลดกะเป๋าที่ต้องรอคิวอีกล้านเก้า บันเทิงมากๆค่ะเธอ

โหลดกระเป๋าแล้วก็ขึ้นเครื่อง บินตรงบาหลี อินโดนีเซียกันเลย

14.00 น.

ฺBali

พอไปถึงที่ -Kamar Kandara Resort ที่บาหลี

ทีมงาน Cetaphil Experience เริ่มกิจกรรมกันเลยแบบไม่ให้เสียเวลา เวิร์คชอปนี้ มีบล็อคเกอร์จากฟิลิปปิน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และไทย สิริรวม 27 นาง มาร่วมกิจกรรมแบบเร่งรีบ เป็นกิจกรรมที่ “Martina Fink” วิทยากรหลักของเวิร์คชอปนี้ ให้ทุกคนเขียนชื่อของตัวเองลงบนกระดาษทั้งสองด้าน

Cetaphil Experience Workshop

ด้านนึงให้เขียนสิ่งที่เราเองไม่มั่นใจในตัวเองลงไป ซึ่งบอกตรงๆว่านี่คิดไม่ออก ไม่ใช่เพอร์เฟ็คนะคะเธอ แต่มันมีมากเกินไปงี้ ฮ่าๆๆ

Cetaphil Experience Workshop

อิชั้นเขียนว่า ไม่มั่นใจในรูปร่าง

ส่วนคนอื่นๆที่ประกอบด้วยบล็อกเกอร์อินโดสองนางคือ สเตฟานี กะโจเซฟิน บล็อกเกอร์สิงคโปร์ชื่อฟลอร่า บล็อคเกอร์มาเลเซียอีกสองคน จำชื่อไม่ได้ละหล่ะ นี่คือรวมกลุ่มอยู่ด้วยกันนะ จากนั้นก็แนะนำตัว พูดถึงสิ่งที่แต่ละคนไม่มั่นใจให้คนในกลุ่มฟัง จากนั้นก็ให้เพื่อนๆเขียนสิ่งที่เค้ามองเห็นด้านดีของเราลงไปในกระดาษอีกข้าง แล้วให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มอ่านสิ่งที่ตัวเองเขียน ตามด้วยสิ่งที่เพื่อนๆเขียน

Cetaphil Experience Workshop

บอกเลยว่าแต่ละนางเขียนชมกันและกัน มันคือกุศโลบายให้เรามองหาด้านดีของคนที่เพิ่งรู้จักกัน
แล้วก็ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ไปด้วย จากกิจกรรมอันนี้เลยส่งผลให้อิชั้นจำชื่อทั้งสามนางที่กล่าวมาได้ตลอดระยะเวลาของเวิร์คชอปทั้ง 4 วันไปเลย อิชั้นแอบถ่ายรูปสเตฟานี่มาด้วย

Cetaphil Experience Workshop

อีกรูปที่แอบถ่ายมาคือ โจเซฟิน บล็อกเกอร์น้องน้อยจากอินโดนีเซีย
นางน่ารัก ช่างพูดช่างคุย มาดามเม้าท์ก็เลยแอบถ่ายรูปของนางมาด้วย และพอนางเห็นนางก็กรี๊ดกร๊าด
ขอรูปนี้ไปทันที ช่างภาพอย่างอิชั้นเลยปลื้มมาก

Cetaphil Experience Workshop

เออ ..ลืมบอกไปว่า ทริปนี้มาดามเม้าท์มากะบล็อคเกอร์สาวไทยอีกสามนางคือ
Sononui

Cetaphil Experience Workshop

Icepadie

Cetaphil Experience Workshop

Mameaw Iryne

Cetaphil Experience Workshop

ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง 3 ภาพนี้ เป็นผลงานการกดชัตเตอร์ของช่างภาพสมัครเล่นอย่างอิชั้นเองค่ะคุณขา
สวยมั้ยล่ะ

 ทั้งสามนาง อิชั้นเคยเจอตามงานของแบรนด์ต่างๆมาก่อน แต่เราไม่เคยคุยกันจริงๆจังๆซะที คราวนี้มาด้วยกัน อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน เลยกลายเป็นเรื่องฮา มั่นหน้า มั่นโหนกแบบประเทศอื่นต้องหันมามองตลอด เดี๋ยวจะเล่าเรื่องของสามนางนี้ให้ฟังไปด้วยเนาะ

Cetaphil Experience Workshop

หลังจากกิจกรรมการทำความรู้จักจบลง อิชั้นเลยได้รู้ว่า จริงๆเรื่องที่เราไม่มั่นใจในตัวเอง บางทีคนอื่นเค้าไม่ได้มาถือสาหรอกแก คือคนเราไม่มีใครเพอร์เฟ็คเนาะ ไม่ต้องไปเครียด แล้วถ้าจะคบใครซักคนนึง
ถ้ามองเห็นข้อดีในตัวเค้ามากกว่า ก็มองๆข้ามความไม่เพอร์เฟ็คไปเหอะ ถ้ามันไม่ได้ร้ายแรงอะไร
แล้วเราจะได้เพื่อนใหม่ที่นำพาประสบการณ์ใหม่ๆมาให้เรานะจ๊ะ

จากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปวิลล่าที่พักของแต่ละประเทศ เพื่อเก็บของ ล้างหน้าล้างตากันซักหน่อย
แล้วก็มากินข้าวเย็นร่วมกัน

Cetaphil Experience Workshop

ก่อนที่ทางทีมงานจะขอสัมภาษณ์ความรู้สึกของบล็อกเกอร์แต่ละคนเรื่องการดูแลผิว
ทัศนะคติของแต่ละคนกับคำว่า “Skin Confident” ที่เป็นใจความหลักที่ทางแบรนด์ต้องการจะสื่อสารความมั่นใจนี้ให้แก่ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปในครั้งนี้เนาะ

Cetaphil Experience Workshop

4 สาวจากเมืองไทย ได้คิวสัมภาษณ์ตอน 2 ทุ่ม อิชั้นมีความสั่นสุด เพราะทีมงานต่างชาติหมดเลยงี้
แล้วอิเจ้ก็ไม่ได้ภาษามาสิบกว่าปี กลัวโป๊ะอ่ะดิ่เธอ แต่ทั้งสามนางทั้งมะเหมี่ยว นุ้ย และพาดี้คือเชียร์อัพ
แต่ละนางมีสกิลการปลุกใจขั้นสูงมาก และก็ติวให้แบบสุดชีวิต

การสัมภาษณ์ผ่านไปได้ด้วยดีแฮปปรี้ ฝรั่งทั้งกองถ่ายมีความทึ่งในสกิลของการพูดคุย เอ็นเตอร์เทน สดใสของสาวไทยสุดๆ ถ้าอ่านสายตาของแต่ละคนไม่ผิดอ่านะ ฮ่าๆๆๆ

จากนั้นก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ พักผ่อน พูดเลยว่าหัวถึงหมอนปุ๊บ ปิดเครื่องเลยค่ะเธอ ยิงยาวยันเช้า

13 สิงหาคา 2559

 

Madammouth

ตื่นมาแบบโครตจะสดชื่น เมื่อคืนนี้ ไอซ์พาดี้กะโซโนนุ้ยนอนด้วยกัน อิชั้นนอนกะมะเหมี่ยว ตื่นขึ้นมาก็รีบแต่งหน้า แต่งตัว ไปกินข้าวตอนเจ็ดโมงเช้า ตารางกิจกรรมวันนี้แน่นเอี๊ยดเบียดจนชิดค่ะเทอ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด มิสซินเทีย ช่างภาพหลักของเวิร์คชอปนี้มาขอถ่ายรูป
ข้าวเอาไว้ทีหลัง ถ่ายรูปก่อนค่ะเธอ ฮ่าๆๆ

Cetaphil Experience Workshop

ช่วงเช้ามี Dermatologist Class เป็นการเวิร์คชอปของบล็อคเกอร์ทุกประเทศเรื่องความเข้าใจของผิว กับผลิตภัณฑ์แต่ละตัวของ Cetaphil  กับผู้เชี่ยวชาญ คุณ “Tracy Chean” , Regulatory Manager ของบริษัทGalderma จากสิงคโปร์ (กัลป์เดอร์มา คือบริษัทผู้ผลิตแบรนด์ Cetaphil)

 

Cetaphil Experience Workshop

พูดเลยว่ามีคำถามเยอะมากเธอเอ้ย หลักๆแล้วคุณเทรซี่ก็แจกแจงเรื่องส่วนผสมของแต่ละตัวว่ามันคืออะไร เพราะเราเองอ่านฉลากของครีม หรือกันแดด หรือสารพันสิ่งหล้าหน้า เราก็ไ่รู้ว่ามันคืออะไรใช่ประ แต่งงานนี้ ละเอียดยิบค่ะเธอ

เด็ดสุดคือช่วง จริง หรือหลอก

ช่วงนี้คุณเทรซี่คัดคำถามที่เรามักจะสงสัย แต่ไม่มีคำตอบที่แน่นอนมาให้ทุกคนลองเล่นเกมส์กัน เค้าจะแจกกระดาษโพสอิสสีเขียวกะแดงมาให้ทุกคน กติกาคือ วิทยากรจะอ่านคำถาม สีแดงแนความคิดว่าไม่เห็นด้วย สีเขียวคือ เห็นด้วยกะคำถามนั้นๆเนาะ

Cetaphil Experience Workshop

อ่ะสมมุติว่าทุกคนก็มีกระดาษสองสีนี้ในใจด้วยเรามาเล่นเกมส์ไปด้วยกันค่ะเธอ อิชั้นจะคัดคำถามเด็ดดวงพวงมาลัยมาให้ตอบ สามข้อเนาะ พร้อมแล้ว

พร้อมแล้ว

เริ่ม!!

กันแดดที่ SPF \ PA ยิ่งสูงมาก ยิ่งดี?

อิชันตอบไม่จริง เพราะคิดว่ากันแดดค่าการป้องกันสูงๆ ยังไงก็ต้องทาซ้ำเพราะมันไม่ได้กันทั้งวันไงเทอเลยชูกระดาษสีแดง หลายนางชูกระดาษสีเขียว คือเห็นด้วย

เฉลยคือ ไม่จริง… คุณเทรซี่บอกว่ากันแดดจะมีค่าปกป้องสูงสุดที่ควรใช้คือ SPF 50 คือปกป้องได้ทั้งวันละ จะใช้มากกว่านั้นก็ได้นะ ในกรณีที่้องออกกลางแจ้งนานๆ แต่ยังไงก็ต้องทาซ้ำทุกๆ ชั่วโมงอยู่ดี  เป็นไงมั่งจ๊ะ ตอบถูกหรือผิดกันล่ะทุกคน

คนผิวมัน ไม่ต้องบำรุงผิวก็ได้ ?

อันนี้ชั้นชูสีแดงสุดแขนเลย ลูกสาวชูสีแดงหรือเขียวกันอ่ะจ๊ะ มาฟังเฉลยกัน

ข้อนี้อิชั้นตอบถูกจ้า คำตอบคือไม่จริง คนผิวมันก็ยังต้องบำรุงด้วย คือหน้ามัน เพราะต่อมไขมันสร้างน้ำมันมาเคลือบผิวในปริมาณมากก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าคนผิวมันจะไม่มีการเสื่อมของผิวอ่ะแก ผิวก็ยังคงเสียหายจากแสงแดได้ มีความร้อนใต้ผิวสะสมจนเกิดกระฝ้าได้ สูญเสียคอลลานเจน อิลาสตินได้เหมือนกัน เพระงั้น ผิวมันก็ต้องบำรุงว่ะเธอ แต่ก็เลือกครีมบำรุงที่มีเปอร์เซ็นของน้ำมันน้อยๆ ให้มันเหมาะกะตัวเองก็พอขอตัดกิจจกรมส่วนนี้แค่นี่ก่อนเนาะ เดี๋ยวยาวเกิน

หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวที่ร้าอหารของโรงแรมกัน

Cetaphil Experience Workshop

วิวสวย ติดสระน้ำ แล้วด้วยความที่รีสอร์ทตั้งอยู่บนหน้าผาติดชายทะเล เวลามองลงไปคือเห็นหาดทรายๆขาวๆ ทะเลสวยๆไปด้วย กินข้าวเพลินๆ แต่กับข้าวอินโดฯรสชาติแปลกใหม่ไปอีกแบบ แต่อร่อยแพ้ส้มตำ น้ำพริกบ้านเราหน่อยนึงอะนะ. คิดถึงตำปลาร้าขึ้มานิดๆ.

กินข้าวเสร็จก็ไปต่อกิจกรรมที่สองกันเลย

Cetaphil Experience Workshop

ช่วงบ่าย

มีคลาสอนถ่ายรูปจ้า พูดเลยว่าชอบมาก ฟินสุด ผู้สอนคือช่างภาพหญิงที่ร่วมงานกะแบรนด์ใหญ่ๆฝั่งอเมริกามาอย่างโชกโชน ฝีมือถ่ายภาพนิ่งจัดจ้านมาก ชื่อของ ซินเทีย เป็นผู้หญิงๆเท่ห์ ผมสั้นๆ เฟรนด์ลี่มาก

Cetaphil Experience Workshop

ซินเทียมาสอนหลักการถ่ายภาพให้บล็อกเกอร์ทุกคนเอาไปปรับใช้ พูดเลยว่าคลาสนี้ อิเจ้ตั้งใจฟังมาก แต่ด้วยความที่คลาสนี้ได้นั่งฟังกันข้างสระน้ำ เอ้าท์ดอร์ อากาศเลยร้อนเปรี้ยงค่ะคุณขา เริ่มคลาสไเกือบ 30 นาที โซโนนุ้ยมีความจะเป็นลม. มะเหมี่ยวเริ่มเคืองตาจากคอนเทคเลนส์ของนาง และไอซ์พาดี้ผู้ร่าเริงก็เกิดอาการเฉาแดด ฮ่าๆๆ

นี่เลยมีความสมองตีกันมา ต้องฟังซินเทียไปด้วย แล้วก็มีความห่วงเด็กๆทั้งสามนางไปด้วย โชคดีที่ซินเทียให้ทุกคนแยกย้ายไปลองถ่ายภาพ cetaphil product กันก่อนค่ะเธอ ให้ใช้ความรู้ที่สอนตะกี้นี้แหละไปลองถ่ายรูปดู ทั้งสามสาวเลยได้เปลี่ยนอิริยาบถกัน

Cetaphil Experience Workshop

แต่ที่นี้และแกเอ้ย มีความบันเทิงมาก เพราะซินเทียบอกว่า ใครที่มีสไตล์เข้าตา รับไปเลยแพคเกจสปาค่า

อู้หูว…จะช้าอยู่ไย ไปเลยจ้า

ด้วยความที่แดดร้อนมาก อิชั้นเลยเลือกครีมกันแดดมาเป็นพระเอดของรูป. ถ่ายข้างสระว่ยน้ำให้อารมณืแดดเปรี้ยงๆ มีพร๊อพเป็นกระเป๋าสานเก๋ๆ แว่นกันแดด แล้วก็มวก สื่ออารมณ์ภาพว่าแดดจัดสุดใจมากนะยะ. และรูปที่ได้ออกมาคือภาพนี้

Cetaphil Experience Workshop

ภาพนี้

Cetaphil Experience Workshop

ภาพนี้

Cetaphil Experience Workshop

สวยงามมะจ๊ะ. ประกาศผลออกมา ผู้ที่ได้รับรงวัลคือ Sononui ผู้พกกระเป๋ารูปหอยใหญ่มาใส่เป็นพร๊อพในภาพ ฮ่าๆ

ยอมความอลังการของกระเป๋าหอยนางจริงๆ คลาสนี้จบลงด้วยความลุ้นสุดตัว

ช่วงเย็น

ทีมงานเซ็ตกองไฟที่ข้างหาด ใช่ค่ะเธอ เซ็ตกองไฟแบบลูกเสือจริงๆ นี่นึกว่าต้องเต้นซูลูซัมบาลูเข้างาน ซ้อมเต้นกะสามสาวไปพลางๆแบบคึกคัก จนบล็อกเกอร์ต่างชาติมองเห็นตาเดียว

Cetaphil Experience Workshop

บางคนขำ บางคนทำหน้างง แต่หาได้แคร์ไม่ เรายังคงเต้นซูลูและต่อด้วย อยู่ในปาร์ตี้ร้อนยังกะฟายเออร์ต่อไปอย่างเมามัน คืออิชั้นนะที่เมามัน อีกสามนางถ่ายวิดิโอแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่หลังกล้อง

Cetaphil Experience Workshop

ทีมงานCetaphil มีมาร์ชเมโล มาให้ปิ้งไฟพร้อมเก็บภาพสวยๆไปด้วย แต่บอกกงๆว่ากลัวโบท็อกซ์ละลาย
เลยไม่ได้เข้าใกล้ไฟมากค่ะเทอ

Cetaphil Experience Workshop

เสร็จจากรอบกองไฟ สี่สาวไทยก็กลับห้องมาเม้าท์มอยกันจนสี่ทุ่มถึงได้แยกกันเข้านอน

ใครอยากดูบรรยากาศ 2 วันแรกนี้ สามารถเข้าไปเปรี้ยวกันได้ในวิดิโอนี้ค่า

14 สิงหาคม 2559

เหมือนเช้าของทุกวัน คือตื่นมาปุ๊บก็แต่งหน้ากันแบบพัลวัน แล้วก็รีบไปกินข้าว

Cetaphil Experience Workshop

ช่วงเช้าวันนี้พวกเรามีคลาสกับเดอมาโทโลจีชาวไทย “พี่ขิม หรรษา มหามงคล”
พี่ขิมเป็นอาจารย์สอนที่คณะเภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์เครื่องสำอางให้กับมหาวิยาลัยหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงค่ะคุณขา แต่ที่สะดุดหูอิชั้นมากคือชื่อพี่ขิมนี่แหละเธอ คนอะไรชื่อดี๊ดี

Cetaphil Experience Workshop
คลาสนี้เรียกว่าเปิดประสบการณ์โลกกว้างในเรื่องสกินแคร์มากเลยค่ะคุณขา
หลักๆที่อิชั้นคิดว่าเป็นประโยชน์กับทุกคนคือ

ผิว… ถ้าความชุ่มชื่นไม่เพียงพอ มันจะหยุดผลัดเซล์ผิวเก่า เกิดการสะสมของเซลล์ตาย ผิวจะหมอง คล้ำ ดำโดนของ ริ้วรอยจะมา ที่สำคัญคือ โครงสร้างผิวจะอ่อนแอลงเรื่อยๆจนทำให้มลพิษภายนอกทะลวงปราการผิวเข้าไป จนเกิดการแพ้ ผื่ นแดง แสบ คัน

สรุปคือ .. ถ้าบำรุงผิวไม่ชุ่มชื่นเพียงพอ คือ .. พัง

ด้วยความที่พี่ขิมแกเป็นนักเคมี เลยจำแนกสานต่างๆในมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ออกมาให้ดูด้วย มาดูกันคร่าวๆว่าในมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่เราใช้กัน มันมีอะไรบ้าง

1. Emollient สารเคลือบผิว ไม่ให้เสียความชุ่นชื่น สารพวกนี้ได้แก่ น้ำมันทั้งหลายซึ่งแต่ละแบรนด์เลือกใช้ชนิดที่แตกต่างกันออกไป

2. Hemectant สารเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว เช่นไฮยาลูโรนิกส์ แอซิด, Glycerin ฯลฯ

skin
ภาพเปรียบเทียบการเรียงตัวของเซลล์ผิวหนังและกำแพงอิฐมอญที่มีความคล้ายกัน

พี่ขิมอธิบายว่า ผิวที่แข็งแรง คือผิวที่มีน้ำในผิว 25% ขึ้นไป และถ้าเมื่อไหร่ผิวมีความชุ่มชื่นน้อยกว่า 10%
ผิวจะลอกค่ะเธอ กรี๊ด… นี่อิชั้นเคยผ่านสถานการณ์นี้มาก่อนนะ

ความชุ่มชื่นของผิว
โครงสร้างจำลองของผิวที่ขาดน้ำ ทำให้ชั้นผิวหนังอ่อนแอ

ที่สำคัญคือ ค่า pH ที่เรามักเห็นว่า คุณหมอผิวหนังจะชอบพูดว่า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่าความเป็นกรด ด่างใหกล้เคียงกะผิว แต่เราไม่เคยรู้ใช่ป่าวว่าทำไม

วันนี้ได้รู้เลย เพราะพี่ขิงอธิบายว่า ค่า pH ของสกินแคร์ที่ต่างกับผิวเรามากๆ มันจะทำให้ไขมันที่เชื่อมระหว่างเซล์ผิวเราเสียหาย ผิวเลยไม่มีตัวเชื่อมเซล์ นึกภาพอิฐมอญที่มีปูเชื่อมระหว่างก้อน ปูคือไขมันเชื่อมผิว อิฐคือเซล์ผิว ถ้าตัวปูกร่อนไป อิฐกะจะค่อยๆแตก แล้วก็ทลายลงมาใช่ป่ะ นั่นเลยค่ะเธอ
เหมือนผิวเลยค่า

“ค่า pH ในสกินแคร์ที่เราใช้เลยสำคัญมากๆ เพราะมันจะไม่ทำให้ผิวเราเสียสมดุล”

และสิ่งที่เพิ่งรู้อีกอย่างคือ Cetaphil ในต่างประเทศคือดังมาก เพราะผลิตจากโรงงานมาตรฐานโรงงานผลิตยา ( Cetaphil ผลิตโดยบริษัท Galderma ซึ่งเป็นบริษัทยาอยู่แล้ว) ที่จะมีมาตรฐานเข้มงวดกว่ามาตรฐานการผลิตเครื่องสำองทั่วไป เลยเป็นเหตุผลที่ก่อนหน้านี่ พวกเราจะเห็น Cetaphil เฉพาะในโรงพยาบาล ร้านขายยา และกับคลินิกเท่านั้น เพิ่งจะไม่กี่ปีให้หลังที่ทางแบรนด์ทำตลาดมาสู่ผู้บริโภคโดยตรง

คำถามคาใจ..อีกแล้ว!!

อันนี้ทั้งมาดามเม้าท์แล้วก็อีก 3 สาวสงสัยเหมือนกันว่า มอยเจอร์ไรเซอร์ของ Cetaphil ทั้ง 2 สูตรที่เป็นขวดสีขาว – น้ำเงิน กะขวดสี ขาว – ส้ม มันต่างกันยังไง

พี่ขิมเลยให้ข้อมูลมาด้วย

Cetaphil

สรุปคือ …

Cetaphil Daily Advance – เหมาะสำหรับการใช้ประจำวัน สำหรับผิวธรรมดา ผิวบอบบาง ผิวแห้ง
Cetaphil Moisturizing Cream –  อันนี้เหมาะกับคนผิวแห้งมาก แสบแด เป็นขุย เป็นผื่นแพ้

แต่ตอนนี้รู้สึกว่า ทั้ง 2 สูตรจะปลี่ยนหน้าตาไปแล้ว เป็นแบบนี้ค่ะคุณขา

Cetaphil

คลาสนี้เรียกว่าเปิดประสบการณ์โลกกว้างในเรื่องสกินแคร์มากเลยค่ะคุณขา
หลักๆที่อิชั้นคิดว่าเป็นประโยชน์กับทุกคนคือ

“ผิว… ถ้าความชุ่มชื่นไม่เพียงพอ มันจะหยุดผลัดเซล์ผิวเก่า เกิดการสะสมของเซลล์ตาย ผิวจะหมอง คล้ำ ดำโดนของ ริ้วรอยจะมา ที่สำคัญคือ โครงสร้างผิวจะอ่อนแอลงเรื่อยๆจนทำให้มลพิษภายนอกทะลวงปราการผิวเข้าไป จนเกิดการแพ้ ผื่นแดง แสบ คัน”

Skin

“สรุปคือ .. ถ้าบำรุงผิวไม่ชุ่มชื่นเพียงพอ คือ .. พัง”

แล้วเพื่อความเข้าใจในส่วนผสมข้างฉลากของมอยซ์เจอร์ไรเซอร์

พี่ขิมเลยสมมุติคลาสนั้นเป็นห้องทดลองให้พวกเราได้ดูการจำลองขั้นตอนการผลิครีมบำรุงผิว ซึ่งทำให้พวกเราเข้าใจศัพท์ส่วนผสมทางเคมีข้างกล่องมอยซ์เจอร์ไรเซอร์มาขึ้นว่าคืออะไร

 

Cetaphil

จากนั้น พี่ขิมสอนวิธีทดสอบค่า pH ให้นักเรียนทั้ง 4 ด้วยการแจกกระดาษทดสอบค่าความเป็นกรด ด่างให้ทุกคนทดสอบ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ และสกินแคร์ที่มีค่าสีที่ใกล้เคียงค่า pH ของผิวที่ 5.5 มากที่สุด ถือว่าผลิตได้มาตรฐานที่คุณครูขิมบอก แบบมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ด้านบนทั้ง 2 ตัวนี้ค่ะคุณขา

Cetaphil

ภาพการทดสอบค่า pH ของ Cetaphil Gentle Skin Cleanser ด้วยการป้ายเนื้อคลีนซิ่งลงบนกระดาษลิตมัส และเทียบสีที่เปลี่ยนแปลงไปบนกระดาษกับแถบตารางวัดค่า พบว่าสีใกล้เคียงกับค่า pH 5- 6 มาก ซึ่งเป็นค่า pH ที่เหมาะสมกับสภาพผิว

จบคลาสนี้ด้วยความสนุกสนาน ก็ถึงเวลากินข้าวพอดี

Madammouth

ช่วงบ่าย

ทางทีมปล่อยให้พวกเราไปทำสปา ซึ่ง SONONUI กับมะเหมี่ยวเลือกทำสปาในห้องบนโรงแรม
และอิชั้นกับไอซ์พาร์ดี้ เลือกไปทำสปาที่ชายหาดคร่า ฮู้ว …

Karma Kandara
มีแต่ ฝ. งานดีๆ เอ้ย.. ไม่ใช่
อิชั้นหมายถึงบรรยากาศดีอ่ะเธอ

Karma Kandara

การได้มานวดน้ำมัน เคล้าเสียงคลืน มันคือสวรรค์ดีๆนี่เองเธอเอ๋ย
ทุกความเมื่อยขบ ถูกสยบด้วยแรงมือของคุณเทอราปิสชายผู้นี้หมด
เขินๆเค้านิดนึงแหละ แต่พอเค้านวด มันสบายมากอ่ะเธอ เลยลืมไปแป๊บนึง 555

เสร็จแล้วเราก็ไปถ่ายรูปกัน

Cetaphil Experience Workshop

แล้วก็กินข้าวเย็น ต่อด้วยการเม้าท์มอยท์หอยสังข์กันที่วิลล่าต่อจนเกือบ 3 ทุ่ม
เพราะกิจกรรมแน่นทุกวัน เพิ่งได้มีโอกาสคุยกันก็วันนี้แหละค่ะคุณขา

Cetaphil Experience Workshop

จนทีม Cetaphil ชวนไปดื่มที่บาร์ริมชายหาด

Bali

ซึ่งค่าดื่มคราวนั้น หมดไปเป็นล้านเลย ไม่เชื่อดูสลิปได้ ฮ่าๆๆๆ
สวยและรวยกันมาก พูดก็พูดเหอะ

Bali

5 ทุ่มก็แยกกันเข้าที่พัก แล้วก็พักผ่อน

15 สิงหาคม 2559

ได้เวลากลับบ้านแล้วจ้า

ตื่นมาก็รีบแต่งตัวเหมือนทุกวัน ต่างตรงวันนี้คุณแนนทีมงานของ Cetaphil Thailand
มีซองคำถามมาให้เซล์ฟี่ตอบกันด้วย บอกเลยว่าคนอื่นเค้าตอบเรื่องท่าเต้นกันซอฟท์ใส อิป้านี่สเต็ปมาเต็มมาก

จากนั้นก็ไปกินข้าว

Karma Kandara Resort

เก็บของ แล้วก็ไปเช็คเอ้าท์ที่ล็อบบี้
ซึ่งที่นี่ เราได้เจอทีมงานโปรดักส์ชั่นของทาง Cetaphil Experience ที่คอยเก็บภาพบรรยากาศเวิร์คชอปครั้งนี้ตลอด 4 วัน 3 คืนค่ะคุณขา ทุกคนต่างบอกว่า สาวๆจากประเทศไทยเฟรนลี่ ยิ้มเย้ม เอ็นเตอร์เทน แล้วที่สำคัญคือ เสียงจ้อกแจ้กกันมาก พอรู้ว่าพวกเราจะกลับกันแล้ว ต่างบอกว่า ที่นี่คงจะเงียบเหงาแน่ๆ

Cetaphil Experience Workshop

จากนั้นก็ขึ้นรถของทางโรงแรมที่มาส่งสนามบิน
ได้เวลากลับเมืองไทยกันจ้า

บนเครื่องบิน

มะเหมี่ยวผู้ได้นั่งคนเดียว 3 เบาะ นอนยาวด้วยฤทธิ์ของไข้หวัด
ส่วนอิเจ้ นุ้ย และไอซ์พาร์ดี้ ก็เม้าท์มอยกันยาวรวด 2 ชั่วโมง

Cetaphil Experience Workshop

ซื้อขนมและมาม่ากินแบบเหมือนอดอยากมานาน
ไอซ์พาดี้ผู้สั่งมาม่าต้มยำ กับมะขามคลุกบ้วยรวด 3 กล่องรัวๆ
โซโนนุ้ยสั่วข้าวแกงเขียวหวานมาซัดแบบไม่ยั้ง
และมาดามเม้าท์สั่งผัดไทยมาวาร์บหมดภายใน 5 นาที
เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวกันมาก ฮ่าๆๆๆ

ก็มันคิดถึงอาหารไทยอ่ะเนาะ พวกเราสั่งอาหาร กับขนมจนสจ๊วตแซวว่า เหลือมะขามคลุกบ้วยกล่องสุดท้ายแล้วนะครับ จะรับเลยมั้ย เดี๋ยวหมดนะครับ

Cetaphil Experience Workshop

และนี่ชาเขียวเย็นของอิชั้น อร่อยมาก

Air Asia

หลอดทรงจรวดนี่ใส่นมมาค่ะเธอ ทรงแปลกจนพวกเราอดขำไม่ได้ กินอื่มแล้วก็ง่วง 2 สาวก็หลับไปตามระเบียบ แต่อิชั้นหยิบแป้นพิมพ์มาเริ่มบันทึกทุกสิ่งลงมาจนเป็นบล็อคที่ทุกคนอ่านอยู่นี่แหละจ๊ะ

ใครอยากดูบรรยากาศ 2 วันสุดท้าย ที่ย้ำว่ามีวิวดีๆ ล่ำๆให้เสพพอประโลมใจด้วย
เข้ามาดูได้ที่

“จบแล้ว 4 วันประทับใจจาก Cetaphil Experience ที่บาหลี 4 วัน 3 คืน”

บล็อคนี้ยาวมาก เพราะพยายามให้ทุกคนได้สัมผัสในทุกๆโมเม้นท์ที่มาดามเม้าท์ได้เจอ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะจ๊ะ

ลาไปก่อนละ
กราบ….