มาตบกันมั้ยล่ะ!! รีวิว 5 ซุปเปอร์แบรนด์น้ำตบหน้าเด้งจากปี 2016

2563

ปี 2016 เป็นปีที่มาดามเม้าท์ได้ลอง Water Essence หรือ “น้ำตบ” ที่ช่วยให้ความชุ่มชื่น จากหลายๆแบรนด์ และหลายราคามากๆ ส่วนใหญ่ที่ทำรีวิว จะเป็นน้ำตบราคากลางๆ เพราะห่วงเรื่องปัจจัยของสาวๆในเพจด้วย เลยแนะนำราคาที่จับต้องได้ แต่น้ำตบจากซุปเปอร์แบรนด์ที่ลองใช้ มันก็ทำให้ปลื้มปริ่มจนอดไม่ได้ที่จะบอกเล่าผลการใช้งาน และราคาค่าตัวของแต่ละตัวให้ลูกสาวทุกนางได้ไชั่งใจเหมือนกันว่าตัวไหนคุ้มค่ากับการลงทุนของแต่ละสภาพผิวที่สุด

 

ก่อนไปดูรีวิว ต้องมีคนเกิดคำถามว่า

น้ำตบ หรือ “Water Essence “นี่
มันคืออะไรเหรอ?

Serum / Water Essence (หรือบางทีก็เรียก Essence เฉยๆ) … มันคือโปรดักส์บำรุงผิว
ที่มีส่วนผสมเด่น (Active Ingredient)ในปริมาณเยอะๆค่ะคุณขา ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้เลยเลยทำให้ผิวเราดูดีขึ้นได้เร็วกว่าการทาครีมทั่วไปในระยะเวลาการใช้ที่เท่ากัน เนื้อเบา ซึมเร็ว นำพาวิตามิน หรือแร่ธาตุลงสู่ผิวได้ดีกว่า เร็วกว่า
เพราะมีน้ำเป็นส่วนผสมตั้งต้น

เพราะงั้น ..
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมน้ำตบขวดนิดเดียว ถึงราคาพุ่งปรี๊ดมากกว่าครีม หรือผลิตภัรฑ์บำรุงผิวทั่วไปค่ะคุณขา

และโฉมหน้า “น้ำตบ” ทั้ง 5 แบรนด์ใหญ่
ที่มาดามเม้าท์ได้ลองในปี 2016 คือ

แค่เห็นก็ร้องว้าวกันแล้ว เราไปดูกันทีละตัวเลยดีกว่า

SK-II Facial Treatment Essence Pink Flower
ขนาด 215 ml
ราคา 6,260 บาท

ขวดนี้ได้มาจากการประกวดสร้างคลิปเกี่ยวกับเรื่องความงามที่มี SK-II เป็นสปอนเซอร์หลัก เลยมีโอกาสได้มาลองด้วยค่ะคุณขา ส่วนประกอบหลักของแบรนด์นี้คือ Pitera™(พิเทร่า) ที่เป็นสารให้ความชุ่มชื่นจากธรรมชาติที่คล้ายคลึงกับในเซลล์ผิว ช่วยฟื้นฟู แล้วก็บำรุงผิวได้ดีเยี่ยม  นอกนั้นยังมีวิตามิน กรดอะมิโน แร่ธาตุ  กรดอินทรีย์  ที่เป็นประโยชน์ในการบำรุงผิวด้วย

**หลังจากลองใช้

ด้วยความที่ Pitera™(พิเทร่า)  ในเอสเคทู มีปริมาณมากถึง 90% ของส่วนผสมทั้งหมด ทางแบรนด์เคยเล่าให้ฟังว่า คนงานวัยชราในโรงบ่มสาเกที่ญี่ปุ่น มีมือที่ดูผิวดีเป็นตูดเด็ก ในขณะที่หน้าป้าไปตามเวลาแล้ว  ทีมวิจัยของแบรนด์ที่มีหน้าที่หาส่วนผสมที่ดีที่สุดมาพัฒนาเป็นสกินแคร์เลยเริ่มวิจัย มองเห็นประโยชน์ของพิเทร่า แล้วก็พัฒนามาเป็น SK-II ในปัจจุบัน การลองใช้ในระยะ 1 อาทิตย์แรกคือผิวดี ชุ่มฉ่ำน้ำ รูขุมขนเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยนะ

** ข้อควรระวัง

ด้วยความเข้มข้นของพิเทร่าที่สูงปรี๊ดนี้ บางคนอาจมีโอกาสไม่ถูกโรคกะนางได้เหมือนกันนะเธอ
เพราะฟังจากคนรอบข้าง บางคนใช้แล้วหน้าอิ่มเด้ง ฟูสุด แต่บางคนก็มีอาการแพ้เหมือนกัน และจากการลองใช้ มาดามเม้าท์เอง ดันโชคร้ายเข้าข่ายจำพวกที่ 2 หลังจากลองใช้ได้ 1 อาทิตย์ ก็เริ่มมีสิวอุดตัน จนต้องหยุดใช้ไปรักษาสิว
และด้วยความเป็นชะนีเสียดายของ เลยลองใช้อีกครั้งและก็ได้ผลเหมือนเดิมใน 1 อาทิตย์ให้หลัง
น้องเอสเค-ทู ขวดนี้ จึงตกไปเป็นของสามี ที่ใช้แล้วหน้าดีแบบเห็นได้ชัดเลยอ่ะเธอ

เสียดายอ่ะ…

 

Biotherm Life Plankton Essence
ราคา 2,500 บาท
ขนาด 125 ml.

จากคำเคลมอันหนักหน่วงว่า “ผิวเด็กลง 3 ปี ใน 8 วันใช้งาน” อิชั้นเลยคาดหวังกับแบรนด์ Biotherm  แบบสูงปรี๊ด
ขวดนี้มีส่วนผสมเด่นคือแบคทีเรียที่มาจากมาจากน้ำพุร้อนบนเทือกเขา Pyrenees ในประเทศฝรั่งเศส ที่มีคุณสมบัติช่วยบำบัดโรคผิวหนัง ทำให้ผิวสุขภาพดี มาเพาะเลี้ยง ผ่านการหมักชีวภาพ สกัดออกมา จนมาเป็น Life Plankton ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ Biotherm แต่เพียงผู้เดียว

**หลังจากลองใช้
ชอบกลิ่นมาก โปะทีไรนึกถึงกลิ่นอายของทะเล หอม ชื่นใจแต่ไม่ได้แรงฉุน ตัวน้ำตบจะหนืดนิดหน่อย เข้าใจว่าผสมสารก่อเจลเล็กน้อยเพื่อเหมาะกับการเกาะติดผิวหน้า แบบเทลงฝ่ามือมาปะบนผิวได้ดีขึ้น ไม่ต้องพึ่งสำลีก็ยังสบายๆ
เห็นชัดมากคือ รูขุมขนตรงหน้าแก้มเล็กลง ริ้วเล็กๆตื้นขึ้นเพราะผิวอิ่มน้ำนี่แหละ ผิวดีมีออาร่าแต่งหน้าง่าย

** ข้อควรระวัง
ตัวนี้มีน้ำหอมนะทุกคน ใครแพ้ส่วนผสมนี้อาจต้องโบกมือลา ไปดูตัวต่อไปป้ายหน้ากันเนาะ

 

 

POLA BA Lotion
ราคา: 8,700 บาท
ขนาดบรรจุ: 120มล.

พูดเลยว่าตอนแรกที่ทางแบรนด์ส่งมาให้เนื่องในโอกาสที่เค้ามีเคาน์เตอร์แบรนด์ใหม่ที่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ  มาดามเม้าท์ยังลองใช้ตัวอื่นอยู่ เลยไม่ได้สนใจนางเท่าไรนัก เลยไม่ได้อ่านข้อมูลใดๆเกี่ยวกะนางเลย  พอถึงคิวที่จะได้ลอง เลยได้เปิดอ่านข้อมูลที่ทางแบรนด์แนบมา ได้ความว่า

“POLA BA Lotion” มีส่วนผสมที่สกัดมาจาก “Golden LP” หรือรังไหมทองคำชนิดพิเศษที่ผ่านการปรับปรุงสปีชีส์โดยเทคโนโลยีของญี่ปุ่น  ทางแบรนด์เคลมว่า อนุภาคนาโนของเค้า สามารถลำเลียงไปเพื่อสร้าง แล้วก็กระตุ้นการทำงานของผิวชั้นในได้ทันที ช่วยต่อต้านริ้วรอย ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น

**หลังจากลองใช้

ครั้งแรกทีเห็นขวด คือแบบว่า เฮ้ย .. เก๋มาก ขวดสีดำทรงเหลี่ยมดูลึกลับสุด วันที่เริ่มลองใช้นาง คือวันที่พินาศมากเพราะไม่ได้นอนทั้งคืนแล้วต้องเดินทาง แต่คุณคะ … แค่ครั้งแรกเท่านั้น ผิวคือดีผึงขึ้นมาได้เลย และจากนั้นเป็นต้นมา อิชั้นก็พึ่งพานางมาตลอด เวลาต้องการซ่อมผิวพังๆ แบบด่วนๆ

** ข้อควรระวัง
ค่าตัวไม่น่าคบหาเหมือนนิสัยนางนะคะ .. พูดเลย!
หมดขวดนี้ ถ้าจะใช้อีก อิเจ้ต้องเก็บตังค์อย่างหนักหน่วง ถ้าอยากให้นางมาดูแลหนังหน้าต่อ
ราคานางไม่เป็นมิตรมากๆ สามารถทำให้ทรัพย์จางได้ทั้งเดือน เพราะงั้น เก็บออมดีๆค่ะทุกคน

The Face Shop The Therapy First Serum
ราคา: 999 บาท
ขนาดบรรจุ: 130 มล.

น้ำตบที่มี่ Essential Oil ที่สกัดจากการกลั่นกลีบดอกมารี่โกล์ด(Marigold Petals), ใบกระวาน(Bay Leaves), มะกอก ตัวน้ำตบเป็นน้ำที่มีน้ำมันบำรุงผิวลอยอยู่เป็นหยดๆ ตอนไปงานเปิดตัว ทางผู้บริหารบอกว่า นี่คือ Oil drop technology ผสานน้ำกับน้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน ใช้ได้เลยไม่ต้องเขย่า ซึมเร็ว แต่ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวหลังใช้ด้วย ให้ทั้งความชุ่มชื้น  ชะลอริ้วรอย แต่ไม่เหนอะหนะ

นอกจากส่วนผสมที่ว่ามาแล้ว ส่วนผสมหลักอีกอย่างที่เด่นๆคือ สารสกัดจากข้าวโอ็ตที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นธัญพืชที่มีสารอาหารมากที่สุดของยุโรป อุดมด้วยโปรตีน, กรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acids), แร่ธาตุต่างๆ (minerals), กากใยอาหาร (dietary fibers)

**หลังจากลองใช้
เห็นมีตัวน้ำมันเอสเซนเชี่ยลออย ลอยเป็นหยดเล็กๆในขวดแบบนี้ แต่เวลาหยดมาใช้ ซึมเร็วนะ
มีความมันเคลือบผิวนิดหน่อย  แต่ไม่หนัก ไม่เหนียว  จริงๆในแพ็คเกจของเค้าจะมีสำลีชาเขียวที่เป็นเม็ดๆสีเขียวเล็กๆมาให้ด้วย เวลาใช้คือเทลงบนสำลีแล้วเช็ดผิวหน้า ให้ผลคล้ายการสครับผิวเบาๆ แต่อิชั้นผิวแห้ง เลยไม่อยากกวนผิวบ่อยๆ ก็เทลงบนมีแล้วตบไปเลยค่ะเธอ .. ใสๆ

หลังจากใช้ 1 เดือน สรุปได้ว่า ทำให้ผิวชุ่มชื่น ใสขึ้น แต่ฤทธานุภาพยังไม่เทียบเท่าแม่ POLA แม่ LANCOME
กับแม่ฟ้า Biothrem มากนัก แต่ถ้าพูดถึงเรื่องราคา แม่เฟิร์สฯนี่มาเป็นอันดับ 1 นะจ๊ะ
เหมาะมากกะสาวๆคนทำงานที่อยากเริ่มบำรุงผิวแต่ยังไม่อยากสะพรึงกับราคาเฉียดหมื่น

** ข้อควรระวัง
มาดามเม้าท์ผิวแห้ง เลยไม่มีปัญหาฟิล์มบางๆ (บางมากจริงๆ ไม่หนักหน้า) ที่เคลือบผิวหน้าไว้
แต่ถ้าคนผิวมันมากๆอาจต้องลองก่อนที่จะซื้อไปใช้จริงๆเด้อ

 

ÉNERGIE DE VIE Smoothing & Plumping Pearly Lotion
ขนาด 150 มล.
ราคา 2,000 บาท

ด้วยคอนเซ็ปท์ของความเร่งรีบของคนรุ่นใหม่จนไม่มีเวลามาบำรุงผิวมากมาย ทั้งทำงาน ออกกำลังกาย ปาร์ตี้เอาเป็นเอาตายแบบไม่สะทกสะท้าน กว่าจะเริ่มสังเกตเห็นรอยพับบนหน้าก็ปาเข้าไปเกือบเลข 3 “Lancôme ÉNERGIE DE VIE” เลยชูโจทย์ที่ว่า การดึงพลัง เติมความสดใส ถึงแม้จะมีไลฟ์สไตล์พังๆก็ตาม
ส่วนผสมเด่นๆของแม่นางคือ


เลมอนบาล์ม (Lemon blam) พืชสมุนไพรที่มีคุณสมบัติฟื้นฟูความอ่อนเยาว์
ปลอบประโลมผิวที่ถูกทำร้ายจากมลภาวะ

โกจิเบอร์รี่ (Goji Berry) มีสรรพคุณในการฟื้นบำรุงผิว มีส่วนประกอบของน้ำตาล โพลีฟีนอล (polyphenol) แร่ธาตุ และลิพิด (lipid) เป็น “ขุ่นแม่” ในเรื่องของเจ้าแห่งแอนตี้อ็อกซิแดนท์

เยนเชี่ยน (Gentian) ตอนไปงานเปิดตัวของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ เค้าบอกว่าเยนชี่ยนเป็นรากของพืช ที่ช่วยเติมความสดชื่นสู่ผิว เสมือนการเพิ่มพลังให้ผิว

 

**หลังจากลองใช้
มันมีกลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นหอม สัมผัสแรกที่เทมาบนมือเป็นงั้นนะ นี่สะพรึงมาก ผิวคุณหนูแต่อยู่บางกะปิอย่างอิเจ้นี่จะรับได้มั้ยวะ อีกใจก็เฮ้ย .. นี่ลังโคมนะเว้ย ต้องลองนะคะหล่อน  ทั้ง 2 ความคิดตีกันไปมา และที่สุด ความงกและอยากลองก็เป็นฝ่ายชนะอย่างราบคาบ โปะลงไปบนผิวตามระเบียบ แล้วหลังจากนั้นจนถึงตอนนี้ ทุกเช้าก็ยังใช้นางอยู่นี่แหละเธอ ฮ่าๆๆๆๆ

เฮ้ย… มันไม่เป็นไรเลย ไม่แพ้ เซรั่มนี่ออกแนวน้ำๆเลยเหอะ การกระจายตัวของหยดน้ำมันบำรุงผิวในน้ำ คล้ายเทคโนโลยีของ First Serum นะ อิชั้นตบลงบนผิวโดยตรงไม่หยดลงสำลีเพราะความงกล้วนๆ
จะหนึบๆหน่อย แล้วก็ซึมหายไป หน้าชุ่ม นุ่ม ฟู ดูฉ่ำบึ๋งขึ้นมาเลย
** ข้อควรระวัง
มันมีแอลกอฮอล์ ถึงทางแบรนด์จะบอกว่าเป็นแอลกอฮอล์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว แต่ใครที่ผิวแพ้เจ้านี่โดยตรงอาจต้องหลีกเลี่ยง แต่ถ้าผิวใคร “ชนะทุกอย่าง” เธอควรลองเลยค่ะ ราคาสองพัน ก็มากอยู่ แต่นางมาปริ่มๆแม่โพลา แม่ฟ้า (ไบโอเธิร์ม) และตะละแม่เอสเคทู อยู่นะ

เรียงลำดับที่สุดของมาดามเม้าท์

อันดับ 5 – ตะละแม่ SK-II
อันดับ 4 – น้องเฟิร์สฯ (The Therapy First Serum)

เชิญนางงามทั้ง 2 ท่านรรับช่อดอกไม่ แล้วไปยืนข้างเวทีด้านซ้ายระหว่างรอฟังผลนะคะเธอ
อีก 3 อันดับที่เหลือนั้น ขอประกาศผลจากคะแนน้อยไปมากค่ะ

รองชนะเลิศอันดับ 2 – รับรางสายสะพายและช่อดอกไม้ไปได้แก
น้องฟ้า (Life Plankton Essence) จากค่าย Biotherm ค่า

รองชนะเลิศอันดับ 1 – รับรางสายสะพายและช่อดอกไม้ไปเช่นกัน
ได้แก่ … แม่วีร์ (ÉNERGIE DE VIE Smoothing & Plumping Pearly Lotion)
จากค่าย “Lancôme” ค่า

 

และแน่นอน ที่สุดในใจเจ้ก็คือ ** ตะละแม่ BA LOTION จากค่าย POLA จ้า
(ย่อตัวรับมง ติดกิ๊บดำตรึง และนางก็โบกมือไปรอบๆเวทีพร้อม Final Walk สวยๆ)

อ๊ะๆ.. มีการจัดอันดับเพื่อสาวๆด้วย คือทั้ง 5 ตัวนี้ชอบหมดทุกตัว แค่มากน้อยไม่เท่ากัน
ถึงแม่จะแพ้ SK-II แต่ผิวตอนใช้นางก็ดีมากจริงๆ ติดที่มีสิวอุดตันมาด้วยแค้นั้นแหละ และตอนนี้สามีอิชั้นผู้รับช่วงต่อ หน้าคือดีมาก รูขุมขนตื้นขึ้นจริงๆ นางก็เลยได้เข้ามาในโผนี้ด้วย

*** สำหรับลูกสาวน้อยสาวออฟฟิศ ตังค์ยังไม่เยอะ แต่ปัญหาผิวยังไม่มาก
“The Face Shop The Therapy First Serum” น่าจะเหมาะกะหนู

*** สำหรับสาวๆที่ทำงานมาจนเริ่มมีเงินเดือนพอสมควรที่จะซื้อข้าวของ เครื่องสำอางได้บ้าง ผิวเพิ่งเริ่มเสื่อม
“Lancôme  ÉNERGIE DE VIE Smoothing & Plumping Pearly Lotion” เหมาะมาก

*** สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาทางการเงิน สบาย ชิวๆ แต่ความเสื่อมของผิวสูงลิ่ว วิ่งฉิวมาพร้อมรอยย่น
ตะละแม่ POLA, ตะละแม่ Biotherm, ตะละแม่ SK-II
จัดไปเลยตามชอบค่ะ ตบไปรัวๆ ไม่ต้องกลัวหมดขวดว่างั้น

จบแล้ว

รีวิวน้ำตบ Essence , Serum ของซุปเปอร์แบรนด์ที่มาดามเม้าท์เคยใช้มาในปี 2016 ค่า
หวังว่าจะชอบ ไม่มากก็น้อยนะคะ
บล็อกนี้ขอลาไปก่อน ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจบจบจ้า

 

กราบ ….

ภาพโดย: GAL Studio
ช่างภาพ: Kitja Borbuathong