จิม ทอมสันป์ เป็นงานเทศกาลดอกไม้อีกเทศกาลนึงที่มาดามเม้าท์ไปแทบทุกปีไม่แพ้ดาษดา ที่ปราจีนบุรีแต่ปีนี้พิเศษกว่าทุกปี คือมีโอกาสไปทั้งดาษดา และที่นี่ เรียกว่าคุ้มสุดๆ วันนี้มาดามเม้าท์เลยจะพาทุกคนไปเที่ยว จิม ทอมสันป์ฟาร์มส่งท้ายการปิดฤดูกาล แต่ความสนุกไม่ได้ลดน้อยไปตามวันที่ใกล้จะปิดเลยแม้แต่น้อยค่ะเธอ ปีนี้ใครที่พลาดไป เข้ามาดูเป็นแนวตัดสินใจปีต่อไปได้ค่ะคุณขา  พร้อมแล้ว ไปกันเลยจ้า

เกี่ยวกับ จิม ทอมสันป์ฟาร์ม

ที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมอีสาน เป็นแหล่งผลิต ไข่ไหมจำหน่ายให้สมาชิกเกษตรกรเพื่อรับซื้อรังสดในการผลิตเส้นไหมและเป็นพื้นที่ปลูกหม่อนอันเป็นอาหารหลักของหนอนไหม

ย่างเข้าปี พ.ศ. 2544 จึงได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปีละครั้งในเดือน ธันวาคมให้บุคคลทั่วไปที่หลงใหลในธรรมชาติได้ชื่นชม บรรยากาศอันงดงาม และเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการเกษตร พร้อมเรียนรู้วงจรชีวิตของหนอนไหม ชมแปลงพืชผักและ ดอกไม้ สีสวยสดนานาชนิด รวมถึงเลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับ และผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษ

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงเกษตรปีละครั้งในเดือน ธันวาคมให้บุคคลทั่วไปที่หลงใหลในธรรมชาติได้ชื่นชม บรรยากาศอันงดงาม และเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการเกษตร พร้อมเรียนรู้วงจรชีวิตของหนอนไหม ชมแปลงพืชผักและ ดอกไม้สีสวยสดนานาชนิด รวมถึงเลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับ และผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษ

 

5 มกราคม 2560

4.00 น.

เช่นเดิมกับทุกทริป คือ ไม่ได้นอนกันเลยค่ะ ลุยแบบไม่เกรงใจเลข 3 ที่อยู่หน้าอายุตัวเองเลย ตี 4
ต้องรีบแซะร่างไปสุวรรณภูมิ เพราะเช่ารถของ Budget ไว้  มัดจำ 5,000 บาท ค่าเช่ารถวันละ 790 บาท แต่ถ้าเช่าศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ค่าเช่าเพิ่มอีก 300 บาทนะจ๊ะ วันที่เราไปรับรถ พอดีรถเล็กของทางบัดเจ็ทหมด เลยได้อัพจากเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เป็น 1.6 ลิตรแบบฟรีๆ
( Toyota Altis) สบายไปเลย รถใหญ่ขึ้นเยอะ

พอได้รถแล้วก็ออกเดินทางกันเลย

เส้นทางการเดินทาง

ระหว่างทาง เราแวะจุดพักรถแถวๆอยุธยา ที่มีกาแฟ มีอาหารเช้าให้กินก่อน เพราะร่างพังมาก
ง่วง อึน มึน (สติ) กลวง ต้องแวะไปทำพิธีเรียกวิญญาณเข้าร่างที่นี่กันก่อน

โพสแรกของทริปนี้ค่ะคุณขา มึน งง เบลอแบบวิญญาณยังไม่เข้าร่าง
โดนสีรองเท้าไฟโต้บอม แย่งซีนไปอี๊ก

พูดถึงรองเท้า คู่นี้ทางแบรนด์ Scholl ส่งมาให้
ตอนแรกที่เห็นคือ เฮ่ย … นึกถึงตอน ม.6 เลยค่ะคุณขา
ตอนนั้นใครใส่ Scholl นี่คือหรูหราดูมีฐานะเลยนะยะ แต่จะลำบากหน่อยเพราะเวลาใส่มาทำกิจกรรมที่โรงเรียน ต้อง

เตรียมถุงมาเก็บรองเท้าใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วยนะยะ วางสุ่มสี่สุ่มห้า หายคร่า!

ตอนที่ทาแบรนด์ถามว่าอยากส่งลองเท้าใลองใส่ แล้วก็ส่งแบบมาให้ดู อิชั้นเตะตารองเท้ารัดส้นสีแดงเชอรี่นี่มาก
และทริปนี้ นอกจากต้องไม่ลืมหมวก แว่นกันแดด และพัดกันแล้ว เพราะไปทุกปี ร้อนตับแล่บทุกปี
สิ่งที่ต้องเลือกดีๆ สำหรับคนที่จะมาเที่ยวจิม ทอมสันป์ฟาร์มคือ “รองเท้า”

เพราะเส้นทางชีพจรลงเท้านี่หลากหลายมากคุณเอ้ย  ตั้งแต่ลูกรังแดงๆ  หญ้านุ่มๆ ฟางแห้งๆ คันๆ คันนา ถนนฉ่ำน้ำ
มาทุกรูปแบบ เพราะงั้นอิชั้นก็เลยเลือกรองเท้าแตะล็อคเท้าของ Scholl มา สีแดงจ้าท้าทุ่งคอสมอสมา
ที่สำคัญคือ อิชั้นชอบถ่ายรูปแบบกระโดด รองเท้าต้องล็อคเท้าดีๆ ไม่หลุดไปเตะปากใครเข้า ฮ่าๆๆๆ

ค่าเข้าชม

ปีนี้ ค่าเข้าชมวันธรรมดา ผู้ใหญ่ 180 บาท เด็ก 130 บาท
วันเสาร์ – อาทิตย์ ผู้ใหญ่ 220 บาท เด็ก 160 บาท
ช่วงวันหยุดยาว ผู้ใหญ่ 280 บาท เด็ก 180 บาท

10.30 น.

มาถึงที่จิม ทอมสันป์ฟาร์มกันซะที หลังจากขับรถมา 4.30 ชั่วโมง

อิชั้นและตั้ม ตรงดิ่งไปซื้อตั๋วเข้าชมกันก่อน วันที่เราไปเป็นวันธรรมดา เลยเสียค่าเข้าชม 180 บาท
ถือว่าโอเค รับได้

ได้ตั๋วมาแล้ว จะช้าอยู่ไย
ไปเที่ยวกันเลยจ้า

 

ปีนี้ที่เที่ยวแบ่งเป็น 5 จุดด้วยกัน

จุดท่องเที่ยวที่ 1 : ทุ่งคอสมอสและแปลงผักปลอดสาร

ก็คือจุดที่เราไปซื้อตั๋วเมื่อกี้นี้นั่นเองค่ะเทอ

แปลงเก็บผัก U Pick Garden

พอซื้อตั๋วแล้ว เดินไปด้านหลังจะเจอแปลงเก็บผักให้เราเข้าไปช้อปปิ้งผัดสดจากตั้นกันได้ มะเขือเทศเชอรี่สดจากไร่ปลอดภัยจากสารพิษ  มีจุดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ก่อนขึ้นรถนำชมไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ ต่อไปภายในฟาร์ม
และนี่คือสิ่งที่อิชั้นอดใจช้อปไม่ได้จริงๆ

300 กว่าบาทขาดตัว

ซื้อเสร็จแล้วก็ฝากไว้จุดนี้ก่อน รับใบเสร็จแล้วเข้าไปเที่ยวต่อ ก่อนกลับค่อยเอาใบเสร็จมารับของอีกทีนึง

แต่ละจุดของที่นี่ห่างกันเยอะมาก ด้วยความที่มันพื้นที่กว้างตั้ง 600 ไร่ ก็เลยมีรถเวียนไว้บริการรับส่งตลอดเวลา
มาดามเม้าท์กะตั้มก็ขึ้นรถ ไปเที่ยวจุดที่ 2 กันต่อ และไฮไลท์ของจุดนี้ที่เราจะได้เห็นคือ

ทุ่งคอสมอส

ละลานตามากมาย แต่ก็มีบางส่วนเริ่มโรยราหายไปบ้างแล้วเหมือนกันนะ ถ้ามาตั้งแต่เปิดฟาร์มใหม่ๆ คงสวยน่าดู แต่เดี๋ยวเราค่อยกลับมาถ่ายรูปจุดนี้อีกครั้งนึงตอนขากลับเนาะ

ตอนนี้ไปจุดอื่นกันก่อน เดี๋ยวจะไม่ทันฟาร์มปิดตอน 5 โมง

จุดท่องเที่ยวที่ 2 : ลานฟักทองและทุ่งดอกไม้หลากสี

มาถึงจุดที่ 2 กันแล้วจ้า

จุดนี้ มีการแสดงศิลปะโดยการเอาผ้าขาวม้าที่เป็นคอนเซ็ปท์หลักของงาน มาทำเป็นกังหันอันเบ้อเริ่มเทิ่มเลย
แถมรอบๆกังหันผ้าขาวม้า ยังมีลานฟักทอง ทุ่งดอกไม้ที่เหลือง ชมพู ม่วง ปลูกตัดสีสันกันแบบฉับๆ
และที่อิชั้นรอคอยมานานแสนนาน ก็คือ

ใช่แล้วค่า … ทุ่งดอกทานตะวัน

ปีที่แล้ว มาดามเม้าท์ก็มาที่นี่ แต่ปีนั้นแล้งมาก ดอกทานตะวันไม่บาน ผิดหวังมาก แต่ปีนี้บานสะพรั่งดั่งทุ่งโกโก้ครั้นช์เลย

มีความสุขยิ่งนัก ไปเซลฟ์ฟี่ซะหน่อย

ทุ่งดอกทานตะวันปีนี้สวยมาก มากจนอิชั้นหายเหนื่อย หายง่วงจากการเดินทางเป็นปลิดทิ้ง
ดอกใหญ่ สีสด สมกับที่ลำบากขับรถมาดูจริงๆ

สำหรับอิชั้น คุ้มแล้วกะ 180 บาท เพราะนี่คือสิ่งที่อยากเห็นที่สุดแล้วอ่ะเธอ

แต่จุดที่ 2 นี้ ไม่ได้มีดีแค่กังหันผ้าขาวม้าและทุ่มทานตะวัน
ยังมีอีกจุดที่อิชั้นกรีดร้อง นั่นคือจุดทุ่งดอกดาวกระจาย

ยาวไกลสุดลูกหูลูกตาเลยค่า

มีความสุขสุดๆ ถึงอากาศจะร้อนเปรี้ยงก็ตามเหอะนะ
แต่สีสันของดอกไม่มันทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นมากจริงๆค่ะคุณขา

จากนั้นเราก็เดินลอดอุโมงค์ผ้าขาวม้า ไปจุดที่ 3 กัน

จุดท่องเที่ยวที่ 3 : หมู่บ้านอีสาน

ด้วยความที่คอนเซ็ปท์ปีนี้ของจิม ทอมสันป์ฟาร์มคือ “คักแท้แท้ แพรอีโป้” เรียนรู้ความมหัศจรรย์ของ “ผ้าขาวม้า” สารพัดประโยชน์  ผ้าขาวม้าเลยถูกหยิบมาตกแต่งสถานที่ต่างๆด้วย เริ่มกันที่อุโมงค์ที่เราเพิ่งเดินผ่านมา

พอลอดอุโมงค์ผ้าขาวม้าแล้ว เราก็จะจเอเรือนนางสาหร่าย ที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครนาคี
ในละครบ้านนี้คือบ้านคำแก้วนั่นแหละเธอ

คนให้ความสนใจเรือนนี้กันมาก ขึ้นไปถ่ายรูปเต็มเลย

2 ปีที่แล้วเรือนนี้ก็ใช้เป็นสถานที่ถ่ายละครเรื่อง “คุณชายรัชชานนท์” ที่แต้วเล่นคู่กะบอม ธนินอ่ะเธอ ปีนั้นทางฟาร์มไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปถ่ายรูปนะ แต่ปีนี้อนุญาต ไม่พลาดค่ะ ขึ้นไปดูดีกว่า

มุมประจำของคำแก้ว กับแม่คำปอง
ขอยืนซึมซับบรรยากาศซักหน่อย  (สีรองเท้า Photo Bomb อิชั้นอีกละ)
สำรวจตัวบ้านกันแล้ว ลงไปด้านล่างดีกว่าค่ะคุณขา

ข้างใต้เรือน มีการจัดวางวงจรชีวิตของหนอนไหมเอาไว้ให้ดูกันด้วย
เริ่มตั้งแต่การผสมพันธุ์ของหนอนผีเสื้อ – ออกไข่ – ฟักเป็นตัวไหม – ไหมสร้างรังหุ้มตัว ตรงนี้นี่เองที่เค้าเอาไปสาวเป็นเส้นไหม เอามาทำผ้าไหมส่งออกกันค่ะคุณขา

บางส่วนก็ที่จะเอาเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ต่อไป
เค้าบอกว่าจะคัดออกไว้ให้ตัวไหมกัดรังออกมา กลายเป็นตัวด้วง

จากนั้นด้วงก็จะกลายเป็นหนอนผีเสื้อไปผสมพันธุ์กัน แล้วก็ไข่ออกมาเป็นหนอนไปต่อไปค่ะคุณขา

ข้ามถนนลูกรังเล็กๆมาก็จะเจอปราสาทผ้าขาวม้าที่หุ้มด้วยผ้าขาวม้าลาย ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งข้าว

สวย มากๆ เห็นนาข้าวแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูป
มาเลย 4 แอ็คชั่นรัวๆ

เต็มที่ทุกรูป ไม่ต้องกลัวตกคันนา

ความจริงที่เลือกรุ่นนี้มา เพราะรองเท้า Scholl รุ่น Space  มี Bioprint Technology –  ระบบรองรับแรงกระแทกคอยช่วยซัพพอร์ทเข่ากะขาอยู่แล้ว โดดได้แบบสบายๆ  ล็อคส้นเท้า อุ้งเท้า แล้วก็ล็อคนิ้วเท้า ไม่เลื่อนหลุดด้วย  คล่องตัวดี

 

นอกเหนือจากเทคโนโลยีไบโอปรินท์ ทางสกอลล์เค้ายังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อสุขภาพเท้า ที่เหมาะกับความต้องการและ ลักษณะเท้าของแต่ละแบบอีกด้วยนะ แถมขอบอก แอบเซอร์ไพรส์ …ว่าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสกอลล์ มีพวกรองเท้าหุ้มส้นด้วย แถมรองเท้าแตะรุ่นใหม่ ๆ ก็สวยกว่าที่คิดไว้มาก

กราบขอบคุณทางแบรนด์ Scholl ผ่านบล็อคนี้ด้วยค่ะคุณขา
ส่งมาปุ๊บ ได้ใช้เลย ไม่เห่อเท่าไหร่

จุดท่องเที่ยวที่ 4 : หมู่บ้านจิม

เป็นจุดที่แสดงกระบวนการผลิตผ้าไหม ตั้งแต่การสาวไหม การฟอกย้อมเส้นไหม การทอผ้าไหม และการพิมพ์ผ้าไหม ที่เราสามารถร่วมทดลองได้ทุกกระบวนการ แต่ด้วยความที่ตอนนั้น  เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงก่อนฟาร์มปิด
อิชั้นก็ตั้มเลยต้องยอมพลาดจุดนี้ไปแบบน่าเสียดายอ่ะเธอ พาไปจุดช้อปกันต่อเนาะ

จุดท่องเที่ยวที่ 5 : ตลาดจิม

จุดนี้เป็นจุดขายสินค้าที่ระลึกพวก ผักไฮโดรโปนิกส์ที่เก็บจากแปลงด้วยตัวเอง  ของฝากของที่อย่างพวก ผัก ผลไม้สดๆ ไร้สาร ไม้ ดอกไม้กระถางหลากหลายสายพันธุ์

ผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า

ไม่มีแรงช้อปปิ้งแล้วอ่ะ เพราะตอนนี้หิวมากค่ะเธอ ไปหาของกินก่อนแป๊บนึงนะ
จุดนี้มาโรงอาหารด้วย แวะไปดูหน่อยดีกว่า

ระหว่างนั่งรอได้น้ำเย็นๆ กับสมูทตี้ฉ่ำๆ ฟินเลยค่าาาาาา

ได้พิซซ่าหน้าผักแป้งบางกรอบ กับน้ำสตอเบอรี่ปั่นมา
ส่วนตั้มจัดลูกชิ้นกะใส้กรอกทอดไปหลายไป พอประทังชีวิตไปได้

จากนั้น ก็รีบตรงดิ่งไปที่ทุ่งคอสมอสก่อนกลับค่า ได้มาหลายรูปเลยแหละ เพราะจุดนี้มีทุ่งคอสมอสที่ใหญ่เบิ้ม
เซลฟ์ฟี่กันก่อน

จบ 1 วันกับจิม ทอมสันป์ฟาร์มค่ะคุณขา เสียดายที่มาถึงช้า เวลาน้อย เลยเที่ยวได้ไม่ทั่ว

แต่ก็สวยมาก สนุกมาก ประทับใจมากเหมือนเดิม

มาช้าไปนิด ดอกคอสมอสก็เริ่มโรยรา

เพิ่มเติมคือปีนี้ พอเราขับรถออกจากที่ฟาร์ม ด้วยเส้นทางไกล เวลาที่ยาวนาน
และร่างที่ไม่ได้นอนน็อครอบติดต่อกัน 30 ชั่วโมง เลยเกิดอาการวูบขึ้นกับตั้มเล็กน้อย
จากแพลนที่ว่าจะกลับกรุงเทพเลย เราก็ต้อหาที่นอนกันแถวๆมวกเหล็ก สระบุรีแบบกะทันหันสิจ๊ะ

ตอนถึงที่พักมันก็มืดมาก ได้ยินแต่เสียงน้ำไหล
คืออารมณ์นั้นไม่สนใจแล้วอ่ะเธอ รีบอาบน้ำ นอนไปเลย หลับแบบจอดับอ่ะคิดดู รู้ตัวอีกทีก็ 7 โมงเช้าอีกวัน
อาบน้ำแล้วก็เตรียมออกไปกินข้าว แต่เจอวิวนี้เข้าไป ถึงกะตะลึงไปเลย

โอ้โห… น้ำตก!!!!

น้ำเย็นฉ่ำสุดๆ
เอ้อ.. เมื่อวานเอารองเท้าไปคลุกฝุ่นมามอมแมมมาก เอาลงไปลุยน้ำด้วยเลยดีกว่า

ฟินไปอี๊ก
ตอนแรกว่าจะไปกินข้าวแล้ว ต้องชะงัก ลงไปดูน้ำตกกันก่อนเลย
น้ำตกนี้ คือน้ำตก 7 สาวน้อยค่ะคุณขา มาดามเม้าท์พักที่ไร่กุสุมา ค่าที่พัก 1,200 บาท ห้องเก่ามาก
แปลกใจกะราคามาก แต่ยอมใจกับวิวของที่นี่จริงๆ

สดชื่นมากค่า ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่มันรู้สึกปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก
เป็นโบนัสของทริปนี้เลยก็ว่าได้

“ธารใสไหลเชี่ยวล้ำ  ………….  ลำธาร
ใจใคร่แหวกชลกานต์ …………… ว่ายเล่น
เวลาช่างรีบหมุน ……….. มิใคร่ รอใคร
เพียงแค่สัมผัสได้ ………… ฉ่ำแล้ว สุขเอย”

อิ่มเอมใจมากกับทริปนี้
หวังว่าทุกคนจะได้รับความสุขไปบ้างไม่มากก็น้อย
ขอบคุณที่ทุกคนเข้ามาเที่ยวไปด้วยกันนะจ๊ะ

ลาไปก่อนจ้า
กราบ….