เวลาเลือกไอเท่มล้างเครื่องสำอาง เคยสงสัยมั้ยว่า จะเลือกใช้อะไรระหว่าง Makeup remover (ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางกันน้ำ มีเบสเป็นน้ำมัน), Cleansing water ( ผลิตภัณฑ์ทำความสำอาดเครื่องสำอางที่มีเบสเป็นน้ำ) หรือ Cleansing gel ที่เราเอาไว้ล้างหน้ากับน้ำ มาดามเม้าท์เคยใช้แบบ “one man show” ทั้ง 3 อย่างที่เล่ามาข้างต้นนั้นแล้ว ปรากฎว่า “สิวทุบหน้า” แบบคอมโบ้เซ็ตมากๆ ทั้งสิวอักเสบ สิวอุดตันเลยเธอจ๋า และจากการลองผิดลองถูกเรื่อยมา เลยพบว่า ใช้เมคอัพรีมูพเวอร์แบบเบสน้ำมันก่อน ตามด้วยแบบน้ำ  และต่อด้วยเจลล้างหน้า ให้ผลงานแบบเลอค่าราคาแพงที่สุดค่ะเธอ

แต่ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นล่ะ!!

บล็อกนี้ เลยจะมาทดลองให้ดูว่า ไอเท่มทำความสะอาดเครื่องสำอางต่างสปีชีร์เหล่านี้ มันมีการทำงานต่างกันยังไง? ทำไมถึงต้องใช้หลายตัว?

มาดามเม้าท์เชิญองค์ชะนีไอสไตล์มาประทับร่าง แล้วไปดูความต่างของคลีนซิ่งทั้ง 3 ชนิดกันเล้ยจ้า

ก่อนอื่น อิชั้นขอแนะนำตัวไอเท่มทำความสะอาดเครื่องสำอางทั้ง 3 ประเภท หลากหลายแบรนด์ ที่มาดามเม้าท์ค้นเจอในบ้านก่อนนะคะคุณขา

Makeup Remover ที่มีเบสเป็นน้ำมัน 

NIVEA HYDRATION MAKE UP CLEAR EYE MAKE UP REMOVER

รีมูพเวอร์เบสน้ำมัน ที่ถูกสร้างมาเพื่อล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาที่มักจะเป็นเครื่องสำอาง “กันน้ำ” โดยเฉาะ ไม่มีแอลกอฮอล์ เทใส่สำลีโปะบนตาได้แบบไม่แสบ ไม่เคือง เป็นตัวโปรดตัวนึงที่มาดามเม้าท์ต้องมีติดไว้ เพราะเวลาแต่งตาหนักๆแล้วเอาสำลีที่เทเจ้านี่โปะไว้ เช็ด 1-2 แผ่นก็หมด
ขนาดบรรจุ – 199 ml.
ราคา 125 บาท

Cleansing Water ที่มีเบสเป็นน้ำ

Garnier Micellar Cleansing water

คลีนซิ่งแบบน้ำ ทีมีเทคโนโลยี “Micellar” เหมือนแม่เหล็กที่ดูดสิ่งสกปรกโดยไม่ต้องถูผิวไปมา
ขนาดบรรจุ – 400 ml.
ราคา 249 บาท

Mizumi Smooth cleansing water

แบรนด์ที่เช็ดเครื่องสำอางที่เคลมว่า “Non-Chemical” หรือปราศจากเคมีนั่นเองค่ะคุณขา เอาจริงๆตอนเช็ด ให้ความรู้สึกคล้ายๆไบโอเดอร์ม่ามากๆ เช็ดแล้วผิวลื่นๆ ไม่เสียดสีผิว ไม่แห้ง
ขนาดบรรจุ – 500  ml.
ราคา  490 บาท

 

Vis Plantis Herbal Vital Care

ที่เช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ที่มีสารสกัดจากว่านหางจระเข้ ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว ลดการอักเสบ มี Panthenol กันไม่ให้ผิวเสียความชุ่มชื่น ตัวนี้เหมาะกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผิวแพ้ง่ายแล้วก็ผิวรอบดวงตาแม้จะใส่คอนแทคเลนส์ มาในรูปแบบ “Micellar Water” เหมือนกัน วิธีใช้ของตัวนี้จะแปลกหน่อย คือสามารถกดลงบนผิวแล้วนวดเบาๆ มันจะแตกตัวกลายเป็นน้ำแล้วละลายเครื่องสำอางออกมาด้วย จากนั้นเช็ดออกด้วยสำลีหมาดๆ
ขนาดบรรจุ – 500 ml.
ราคา – 1,190 บาท

 

SKINPLANT Absolutely Clean’n Remover

ตัวนี้มาแนว “ออแกนิค” แล้วก็มีเทคโนโลยีดูซับสิ่งสกปรกอย่าง Micellar Water เช็ดแล้วให้ความรู้สึกลื่นๆหน่อย น้ำสีเหลืองอ่อนๆ เวลาใช้ก็คือเทบนสำลีแล้วโปะลงบนผิว กลิ่นออกแนวธรรมชาติมากๆ ที่สำคัญ ผิวแพ้ง่ายใช้ได้
ขนาดบรรจุ – 150  ml.
ราคา –  680  บาท
NU Formula Mineral Cleansing Water Extra Fresh and Clean
ตัวนี้เค้าเคลมว่า “มิเนอรัล ไมเซลลาร์ พลัส” ที่ดูดสิ่งสกปรกเอาไว้ ขจัดสิ่งอุดตันบนผิว ไม่มีน้ำมัน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน เป็นสูตร Soap Free,Ph-Balance ไม่ทำให้ผิวเสียสมดุล ผิวอ่อนโยน แพ้ง่ายใช้ได้ เช็ดรอบดวงตาได้
ขนาดบรรจุ –  100 ml.
ราคา- 179  บาท

NIVEA EXTRA BRIGHT micellar water
คลีนซิ่งแบบน้ำ ผสมไมเซล่า หรือเทคโนโลยีการดูดจับเครื่องสำอางโดยไม่ต้องถูผิวหลายครั้ง ลดการสะสมแบคทีเรีย
ไม่ผสมแอลกอฮอล์ มีสารสกัดจากเมล็ดองุ่น วิตามินซี ช่วยลดผิวคล้ำเสีย
ขนาดบรรจุ – 400 ml.
ราคา  189 บาท

Makeup Cleanser

PAULA’S CHOICE REDNESS RELIEF CLEANSER
คลีนเซอร์ตัวเดียวที่เอาเข้ามาในการทดสอบนี้ เป็นคลีนเซอร์เนื้อเจลที่ขจัดความมันส่วนเกินกับคราบเครื่องสำอาง พร้อมๆกับบรรเทารอยแดง แล้วก็การระคายเคืองบนผิว หลังล้างหน้า ผิวไม่แห้งตึง นุ่มชุ่มดี ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่ด้วยการทดสอบนี้เราจะเอาจำนวนสำลีมาวัดผล เวลทดสอบเลยเอาสำลีชุบน้ำมาเช็ดๆ ให้เสมือนการล้างหน้าด้วยน้ำ
ขนาดบรรจุ – 198 ml.
ราคา  900 บาท

 

เริ่มการทดสอบ

การทดสอบของเจ้ก็ทำง่ายๆ คือใช้เครื่องสำอางที่ใช้เป็นประจำทุกวันมาระบายบนแขน ทั้งรองพื้นแบบกันน้ำ แป้งอัดแข็ง ลิปสติกสีแจ๊ด บลัชออนแบบครีม และเครื่องสำอางกันน้ำอย่างมาสคาร่า อายไลเนอร์ ก็เอามาโบกลงไปบนแขนเพื่อทดสอบให้พวกเธอดูด้วย

การโบก (ต้องเรียกว่าโบกจริงๆเพราะหนามาก) เครื่องสำอางนั้น อิชั้นใช้เทปกาวมา แบ่งแยกดินแดน จะได้ควบคุมปริมาณเครื่องสำอางให้ใกล้เคียงกัน

.

.

จากนั้นก็เอาบรรดาไอเท่มล้างเครื่องสำอางมาลองเช็ดดู ช่องใครช่องมัน ไม่ก้าวก่ายกัน

 

ในส่วนของคลีนซิ่งเจล อิชั้นก็ใช้สำลีชับน้ำค่อนข้างชุ่มมามาถูออกเพื่อเลียนแบบการล้างหน้านั่นแหละค่ะคุณขา
เช็ดจนกว่าสำลีจะขาวไร้คราบ

จากนั้นก็มาเก็บผลกันว่า แต่ละไอเท่มเช็ดหน้า ทำงานได้ต่างกันแค่ไหน

.

หลังจากดูภาพนี้แล้ว ขอย้ำอีกทีว่า การทดลองนี้ ไม่ได้บอกว่าใครดีกว่าใคร กำลังจะชี้ให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแต่ละประเภท มันสนองนี๊ดเราได้แตกต่างกัน

นีเวีย เมคอัพ…. เป็นเมคอัพเบสน้ำมันที่ถูกสรา้งมาให้ล้างเครื่องสำอางกันน้ำ (ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าใช้ล้างเครื่องสำอางที่ใช้น้ำล้างไม่ออก) มันเลยล้างเครื่องสำอางทุกสิ่งบนใบหน้าได้ในแค่ 3 เช็ด

แต่!!

เชื่อมั้ยว่าครั้งนึง มาดามมเม้าท์เคยใช้เมคอัพรีมูพเวอร์แบบน้ำมันล้างหน้าอย่างเดียว เพราะคิดว่าก็มันล้างเครื่องสำอางกันน้ำได้ อย่างอื่นก็ไม่ต้องไปวอรี่ละ เสร็จแล้วก็ใช้น้ำล้างหน้าตามเลย ผลคือเป็นสิวอุดตันแบบไม่รู้สาเหตุ จนวันนึงอิชั้นลองใช้เมคอัพรีมูพเวอร์แบบน้ำ มาเช็ดหลังจากที่ใช้แบบน้ำมัน

ผลที่ได้น่าสะพรึงมาก

เพราะมันเช็ดคราบน้ำมันที่ตกค้างบนผิวออกมาได้อีก
เลยค้นพบว่า สิวอุดตันเพราะมีคราบน้ำมันที่ละลายเครื่องสำอางมันตกค้างบนผิวนี่เอง

สรุปคือ

การทดลองนี้ คือสิ่งที่อิชั้นกำลังจะบอกว่า การใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอาง บางทีอาจต้องใช้มากกว่า 1 ชนิดค่ะคุณขา ใครที่แต่งหน้าบ่อยๆ ใช้เครื่องสำอางกันน้ำเป็นประจำ ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางแบบเบสน้ำมัน อาจเป็นด่านแรกที่ส่งเข้าไปจัดการมาสคาร่า อายไลเนอร์ หรือรองพื้นชนิดกันน้ำ แต่ต้องระวังน้ำมันที่ละลายเครื่องสำอางพวกนั้นจะตกค้างบนผิวด้วย ก็เลยต้องใช้ที่เช็ดเครื่องสำอางแบบน้ำเช็ดเก็บคราบน้ำมันตกค้าง ต่อด้วยการล้างหน้าด้วยเจลไร้ฟอง

ส่วนคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอาง “แบบน้ำ” เพราะคิดว่าไม่ได้แต่งหน้าหนักมาก การล้างหน้าด้วยเจล โฟม หรือสบู่ทำความสะอาด ก็อาจต้องควบคู่กันไปนะ และคนที่แค่ทาแป้งอัดแข็งแล้วรูดลิปมันออกจากบ้าน การใช้แค่เจลล้างหน้าก็อาจไม่พอ เพราะแป้งอัดแข็ง หรือกันแดดบางชนิดก็มีส่วนผสมของซิลิโคนที่ทำให้ผิวเรียบเนียน ติดทนนาน

การทดลองนี้ จะชี้ให้เห็นประสิทธิภาพการล้างคราบเครื่องสำอางของ ”ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอาง'” แต่ละชนิดว่าตอบโจทย์ของทุกคนได้แค่ไหน บางที ไอ้ที่เราใช้อยู่มันอาจต้องใช้อย่างอื่นควบคู่กัน เหมือนที่อิชั้นค้นพบการทำความสะอาดเครื่องสำอางของตัวเองว่า ต้องใช้ควบคู่กันทั้ง 3 ชนิด

หวังว่าการรวบรวม ”ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอาง” ทุกตัวในบ้านที่อิชั้นมี มาทำการทดลองให้ดูแบบนี้ จะทำให้ทุกคนที่อ่านบทความเลือกใช้สิ่งที่เหมาะกับความต้องการแล้วก็ไสตล์การแต่งหน้าของแต่ละคนได้

ย้ำอีกทีว่าการทดลองนี้ไม่ได้ชี้ว่าใครดีกว่าใคร
แต่ทำให้รู้ว่า “คุณน่าจะเหมาะกับผลิตภัณฑ์แบบไหนบ้างมากกว่า จะได้เลือกใช้ถูกประเภท”

หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ไปไม่มากก็น้อยเด้อค่า วันนี้มาดามเม้าท์ขอลาไปก่อนนะจ๊ะ
ชอบกด Like ใช่กด Share อิแม่ชื่นใจ

กราบลา..