ใครเคยเป็นสิวเรื้อรัง แบบที่แก้ที่การทำความสะอาดผิวก็แล้ว เปลี่ยนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็แล้ว
ซักเครื่องนอนทุกอาทิตย์ก็แล้ว แต่ทุกอย่างก็ยังไม่ได้ขึ้นบ้าง … ยกมือขึ้นค่ะ!!
รู้มั้ยเธอว่าสิวไม่ได้เกิดจากสาเหตุภายนอก แต่เกิดจาก “ข้างใน”
นั่นคือ “ระบบย่อย และ ระบบขับถ่าย” นี่เองค่ะคุณขา

ในช่วงที่มาดามเม้าท์ทำงานในคลินิกแพทย์ Vitality หรือแพทย์ทางเลือกว่าด้วยศาสตร์ชะลอวัย
บ่อยครั้งที่คุณหมอซักประวัติคนไข้ที่เป็นสิว หรือแม้กระทั่งเป็นโรคผิวหนังแบบการเป็นผื่นแบบละเอียดยิบ
ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด การบำรุง เลยไปถึงการกิน ว่ากินอะไรบ้าง

ของที่กินเผ็ด มัน ปิ้ง ย่าง จัดหนักขนาดไหน และที่สำคัญ ขรี้ทุกเช้ามั้ย
เวลาเดียวกันรึเปล่า ลักษณะแบบจับตัวเหลืองสวยดี หรือไม่มีรูปทรง ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ

เฮ้ย.. คือตอนแรกที่หมอซักประวัติคนไข้แบบนี้ อิชั้นที่เป็นพนักงานคลินิกที่ต้องเข้าไปฟังการซักประวัตินี้ด้วย
คือแปลกใจมาก
“ขรี้มันเกี่ยวอะไรกะสิววะ?”

เป็นคำถามที่เกิดในใจทันที คนไข้ก็สงสัยนะ เพราะเค้าถามหมอว่ามันเกี่ยวกันยังไง
พอฟังหมอแถลงไขเลยถึงบางอ้อ วันนี้อิชั้นจะถ่ายทอดประสบการณ์จากการเห็นการรักษาสิว
ของแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ ในกรณีที่เป็นสิวที่เกิดจากการผิดปกติ
ของระบบย่อยและระบบขับถ่ายอาหาร

 

ใครที่รักษาทุกอย่างแล้ว สิวก็ยังไม่สะทกสะท้าน เร่เข้ามาฟังค่ะ

ก่อนอื่น เช็คลิสต์เหล่านี้ก่อนว่าส่วนใหญ่เข้าข่ายมั้ยนะคะเธอ
-ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสียบ่อย
-กินอาหารซ้ำ ๆ กินน้ำน้อย
-ง่วงซึม เพลียง่าย
-กินผัก ผลไม้น้อย
-เป็นสายเมา หรือสายอมควัน
-กินยาปฏิชีวนะ หรือยาแก้ปวดประจำเดือนบ่อย ๆ

ถ้าตรงกะเรา 4 ใน 6 ข้อขึ้นไป ก็ตั้งข้อสงสัยเลยว่า สิวที่มารุกรานเนี่ย
น่าจะเป็นเพราะพฤติกรรมการกินกะใช้ชีวิตแล้วล่ะเธอ

แล้วไอ้ 6 ข้อที่ว่ามา มันทำให้เป็นสิวได้ไง?

คือในลำไส้เรา นอกจากจะมีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารเข้าร่างกาย
มันยังต้องเก็บกากอาหารหรือเรียกง่ายๆว่า “ขรี้” เราเอาไว้ด้วยนะเธอ
อธิบายง่ายๆให้เห็นภาพ ถ้าเอาเนื้อ วางไว้นอกตู้เย็น
คิดว่ากี่วันมันถึงจะเน่า … ลองทายดู

มาดามเม้าท์คิดว่า แค่ 24 ชั่วโมงนี่ก็เริ่มเขียวละนะ พอเข้า 30 ชั่วโมงก็เน่า
มีกลิ่นละหล่ะเธอ แล้วถ้าเราท้องผูก 3 วัน … คิดว่ากากอาหารรอทิ้ง
ในลำไส้ใหญ่ที่อุณหภูมิ 37 องศา (อุณหภูมิในร่างกาย)
มันจะเน่าไปถึงไหน??

.

นึกภาพถังขยะเปียก ตอนรถเก็บขยะไม่มาซัก 3 วัน
ความเหม็น ความเน่า ความน้ำขยะกลิ่นทำลายล้างไหลนอง
นั่นก็เป็นสภาพเดียวกันกะในใส้เราไงเธอ
พอบวกกับพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ กินซ้ำ ๆ กินรสจัด กินจังก์ฟู้ด
เลยทำให้จุลินทรีย์ดี ๆอย่างพวก Probiotic (โปรไบโอติก) ลดลง
จุลินทีย์ดี ๆ มีหน้าที่ช่วยย่อยอาหาร สังเคราะห์วิตามินลดลง
ไม่มีใครมาต่อสู้กับจุลินทรีย์ไม่ดีในลำไส้

พอประชากรแบคทีเรียไม่ดีเพิ่มจำนวนขึ้น ความแข็งแรงของผนังลำไส้ลดลง
เกิดการรั่วซึมของสารพิษจากแบคทีเรียเข้าไปกวนระบบภูมิคุ้มกัน
เกิดเป็นภาวะอักเสบในระดับที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าหรือรู้สึกได้
แต่เป็นการอักเสบที่ส่งผลให้โรคผิวหนังหลายโรค
เช่น สิว หรือภูมิแพ้ที่ผิวหนังมีอาการแย่ลง

และความพินาศที่ยิ่งกว่าคือ ลำไส้ มีหน้าที่ดูดสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย
แต่พอมีกากตกค้างชั่วนาตาปี แต่ลำไส้มันก็ทำหน้าที่ของมันนะเว้ยเฮ้ย แล้วสารอาหาร
ปนของเสียของกากเก่าๆ ก็ถูกลำไส้ดูดเข้าสู่กระแสเลือดของเรา
เพื่อจะส่งไปส่วนต่าง ๆของร่างกายไป … อึ๋ย!!

มีงานวิจัยที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง ได้นำเลือดของคนเป็นสิว
และคนไม่เป็นสิวมาตรวจหาปฏิกิริยาต่อสารพิษของแบคทีเรียถึง 65%
ในขณะที่คนไม่เป็นสิวไม่พบว่ามีปฏิกิริยาต่อสารพิษของเชื้อแบคทีเรียเลย

เพราะงั้น … นอกจากความเหม็นของตด ที่ช่วยเตือนความจำของเราว่าของเก่ายังไม่ได้ทิ้งแล้วนั้น
อาการอื่น ๆ อย่างเช่น ผิวแห้งกร้านไม่สดใส อ่อนเพลียง่าย ง่วงซึม
และ “เป็นสิวอักเสบเรื้อรัง” จึงเป็นสัญญาณอย่างนึงว่า
ร่ายกายเริ่มไม่โอเคแล้ว

ถ้าหมอแนะนำ ก็คงแนะนำให้แก้ที่ต้นเหตุอ่ะเธอ ก็คือการกิน การนอน
การเลือกอาหารดีๆ มีประโยชน์ ไม่รสจัด งดแอลกอฮอล์ แต่บางทีมันก็มีเผลอไปบ้างไรบ้าง
ทางการแพทย์ก็ให้กินพวก “โปรไบโอติก (แบคทีเรียที่ดีที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์)”
หรือ “พรีไบโอติก (เส้นใยที่เป็นอาหารของโปรไบโอติก)”
ที่มีในอาหารธรรมชาติอย่างพวกนมเปรี้ยว โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือแป้งข้าวหมาก

แต่เดี๋ยวนี้มีโปรไบโอติกแบบเม็ด หรือแบบผงออกมาด้วย หาซื้อตามร้านขายยาได้
มาดามเม้าท์เคยกินทั้งแบบเม็ด แล้วก็แบบผงอย่างของ Probac 7
นี่ก็กินง่ายดี

ในแบรนด์นี้มีแบคทีเรีย Probiotic 6 ชนิด แล้วก็ Prebiotic (เส้นใยที่เป็นอาหารของโปรไบโอติก)
อีก 1 ชนิด ในขณะที่ยี่ห้อทั่วไปในท้องตลาดมีเพียง 1-2 ชนิด
ข้อดีของการมีเชื้อที่หลากหลายกว่าทำให้มีโอกาสรักษาอาการได้มากกว่า
วิธีกินก็ฉีกซองใส่ปาก หรือชงน้ำดื่มตอนเช้ากะเย็น
แต่ห้ามชงในน้ำร้อนนะเพราะจะให้แบคทีเรียพวกนี้ตายได้ค่ะเธอ

ราคาในท้องตลาดก็มีหลายราคา ขึ้นอยู่กับมาตรฐานผลิต
แล้วก็ชนิดของโปรไบโอติกที่บรรจุในผลิตภัณฑ์
เลือกตามกำลังทรัพย์แล้วก็คุณภาพที่ต้องการกันได้แบบสบายๆ

สรุปคือ

การกิน การขับถ่าย การใช้ชีวิต มีผลกะสมดุลร่างกายที่สุด
‘You are what you eat’  นะจ๊ะ

ลาไปก่อนแล้วค่ะทุกคน

กราบ….